สถานทูตเตือนคนไทยในวอชิงตัน-รัฐอื่น ระวังเหตุร้ายป่วนพิธี ไบเดน สาบานตนรับตำแหน่ง

Loading

  สถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เตือนชุมชนไทยในกรุงวอชิงตันและรัฐอื่นๆ ระมัดระวังเหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐของโจ ไบเดน วันนี้ (13 ม.ค.) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เผยแพร่เอกสารที่เป็นการเตือนชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีเนื้อหาดังนี้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ให้ความเห็นชอบต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงวอชิงตันของนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 11 – 24 มกราคม 2564 โดยสั่งการให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการดำเนินการของเทศบาลกรุงวอชิงตัน ดีซี ในการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในช่วงพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งที่ 59 ของสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม 2564 นี้ โดยจะมีการปิดพื้นที่บริเวณ National Mall และจะมีกองกำลัง National Guard ประมาณ 16,000 นายเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบในกรุงวอชิงตัน นอกจากนี้ ยังปรากฏข่าวความเป็นไปได้ที่จะมีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุมติดอาวุธ ณ สถานที่ราชการต่างๆ ทั่วทั้ง 50 รัฐในสหรัฐฯ โดยอาจมีการเดินทางมายังกรุงวอชิงตันในวันที่ 16…

พนักงานสอบสวนสหรัฐดำเนินคดีหนักกับม็อบบุกสภา

Loading

  กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐและเอฟบีไอยืนยันการดำเนินคดีอาญา ซึ่งอาจรวมถึงข้อหาปลุกระดม กับผู้ต้องหา ‘มากกว่า 100 คน’ ซึ่งร่วมกันก่อเหตุบุกรุกรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า นายไมเคิล เชอร์วิน อัยการสูงสุดกรุงวอชิงตัน แถลงเมื่อวันอังคารว่า ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว 70 คน ซึ่งร่วมก่อเหตุบุกรุกและสร้างความเสียหายให้กับอาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาตั้งข้อหาปลุกระดม เพิ่มเติมกับผู้ต้องหา “หลายคน” ซึ่งบทลงโทษจำคุกอาจนานถึง 20 ปี     ขณะที่นายสตีเวน ดีอันตัวโน รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) สำนักงานกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า จำนวนผู้ที่ถูกจับกุมซึ่งมีการยืนยันแล้ว “เป็นเพียงส่วนน้อย” เนื่องจากผลการตรวจสอบหลักฐานมากกว่า 100,000 ชิ้น รวมถึงภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ที่บรรดาผู้ประท้วงบันทึกไว้เองระหว่างก่อเหตุ จึงอาจเพิ่มจำนวนผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดี “อีกมากกว่า…

เปิดโปง QAnon ลัทธิคลั่งเบื้องหลังสาวกทรัมป์

Loading

อธิบายชัดๆ ที่มาที่ไปของลัทธิ QAnon ที่กำลังเขย่าประชาธิปไตยสหรัฐ     การบุกอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตันดี.ซี.ของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกตัวเองว่า “QAnon” เข้าร่วมวงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เชื่อว่าเป็นแกนนำคนสำคัญของกลุ่มอย่าง เจค แองเจลี หรือ เจค็อบ แอนโธนี แชนสลีย์ ที่บุกเข้าไปถึงด้านในตัวอาคาร และแอชลีย์ แบบบิต อดีตทหารในกองทัพอากาศสหรัฐที่บุกคองเกรสจนถูกยิงเสียชีวิต คนเหล่านี้ทำให้ชื่อของ QAnon ถูกพูดถึงอีกครั้ง ต่อไปนี้คือสรุปที่มาที่ไปและความเชื่อของกลุ่ม QAnon 1. QAnon คือทฤษฎีสมคบคิดที่ปราศจากมูลความจริงของกลุ่มขวาจัดที่เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐ ร่วมมือกับนักการเมืองพรรคเดโมแครต มหาเศรษฐี และคนดังในวงการฮอลลีวูด ไม่ว่าจะเป็น ฮิลลารี คลินตัน, บารัก โอบามา, จอร์จ โซรอส หรือโอปราห์ วินฟรีย์ พยายามสร้างรัฐซ้อนรัฐ (deep state) เพื่อครอบงำสหรัฐ และยังกล่าวหาว่าคนกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก รวมถึงเชื่ออีกว่าทรัมป์กำลังทำสงครามกับคนกลุ่มนี้อย่างลับๆ เพื่อช่วยโลก 2. QAnon ยังเชื่อคำกล่าวอ้างอื่นๆ…

กองกำลังสำรอง 15,000 คน เตรียมรักษาความปลอดภัยงานสาบานตน ‘ไบเดน’

Loading

  พลเอกแดเนียล โฮแคนสัน หัวหน้าหน่วยกองกำลังสำรอง ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า สมาชิกกองกำลังสำรองราว 15,000 คน จะดูแลรักษาความปลอดภัยพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน ในวันที่ 20 มกราคมนี้ แม้กองกำลังสำรองจะดูแลความปลอดภัยในงานพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นประจำอยู่แล้วก็ตาม แต่จำนวนกองกำลังดังกล่าวก็ถือว่าเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับกองกำลังที่ดูแลความปลอดภัยในงานพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปีค.ศ. 2016 ที่มีกองกำลังดูแลความปลอดภัยเพียง 8,000 นายเท่านั้น     ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังมีสัญญาณเตือนว่า อาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงวันก่อนวันพิธีดังกล่าว หลังเกิดเหตุการณ์บุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ โดยผู้สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ FBI ส่งบันทึกถึงสำนักงานตำรวจทั่วประเทศเมื่อวันจันทร์ โดยระบุว่ามีการวางแผนประท้วงติดอาวุธในกรุงวอชิงตันและในเมืองหลวงของรัฐต่างๆ 50 เมืองทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสหรัฐฯ (U.S. National Park Service) หรือ NPS ประกาศว่าจะปิดอนุสาวรีย์วอชิงตันตั้งแต่วันจันทร์ไปจนถึงช่วงหลังพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดความรุนแรง NPS ระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ว่า กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม ยังคงขู่ว่าจะก่อกวนพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคมนี้ โดยอาจมีการปิดส่วนอื่นของลานใจกลางกรุงวอชิงตันที่เรียกว่า “เนชันแนล…

ก้าวไปอีกขั้น! เครือข่ายส่งข้อมูลผ่านควอนตัมของจีน ส่งได้ไกล 4,600 กม.

Loading

  เหอเฝย, 7 ม.ค. (ซินหัว) — คณะนักวิทยาศาสตร์จีนได้สร้างเครือข่ายการส่งข้อมูลผ่านอนุภาคควอนตัมด้วยดาวเทียมแบบบูรณาการ อันประกอบด้วยสายใยแก้ว 700 เส้นและจุดเชื่อมต่อจากภาคพื้นดินสู่ดาวเทียมจำนวน 2 แห่ง ซึ่งสามารถทำการกระจายกุญแจเข้ารหัสเชิงควอนตัม (Quantum Key Distribution: QKD) ระหว่างผู้ใช้มากกว่า 150 รายในระยะทางรวม 4,600 กิโลเมตร งานวิจัยดังกล่าวดำเนินการโดยนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นำทีมโดยพานเจี้ยนเหว่ย นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ (Nature) ออนไลน์ เครือข่ายดังกล่าว ประกอบด้วยเครือข่ายควอนตัมในพื้นที่เมืองใหญ่ หรือ คิวแมน (QMAN) จำนวน 4 เครือข่าย ได้แก่ ปักกิ่ง จี่หนาน เหอเฝย และเซี่ยงไฮ้ สายใยแก้วซึ่งเป็นเส้นทางรับส่งหลักความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตรหนึ่งเส้น และจุดเชื่อมต่อภาคพื้นดิน-ดาวเทียม 2 แห่ง ที่เชื่อมระหว่างสถานีภาคพื้นดินซิงหลงในปักกิ่งกับสถานีภาคพื้นดินหนานซานในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน ซึ่งตั้งอยู่ไกลกัน 2,600 กิโลเมตร โดยสถานีซิงหลงยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายคิวแมนของปักกิ่งผ่านสายใยแก้วอีกด้วย กฎฟิสิกส์ควอนตัมระบุว่า การสื่อสารด้วยควอนตัมมีความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษ เพราะไม่สามารถถูกดักฟัง…

ทั่วโลกแห่ใช้เทเลแกรม หลังวอทส์แอพพ์ บังคับแชร์ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เฟซบุ๊ก

Loading

หลายประเทศทั่วโลกที่ใช้แอพพลิเคชั่น ‘วอทส์แอพพ์’ เป็นหลัก ได้เปลี่ยนมาใช้ เทเลแกรม และซิกนัล หลายล้านคน หลังวอทส์แอพพ์ บังคับแชร์ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เฟซบุ๊ก     เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2564 เว็บไซต์ เดอะ ซัน นำเสนอข่าวว่า มีรายงานว่ามีผู้คนจำนวนจากทั่วโลก เลิกใช้แอพพลิเคชั่นสื่อสาร วอทส์แอพพ์ (WhatsApp) หลังจากแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ได้แจ้งผู้ใช้งานว่าจำเป็นต้องแชร์ข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนให้กับเฟซบุ๊ก มิเช่นนั้นจะถูกปิดบัญชีผู้ใช้งาน โดยในวันพุธที่ผ่านมา (6 ม.ค.64) วอทส์แอพพ์ ได้กำหนดเงื่อนไขใหม่ โดยขอให้ผู้ใช้ยินยอมที่จะให้เฟซบุ๊ก และ บริษัท ในเครือรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน มิฉะนั้นบัญชีผู้ใช้งานจะถูกปิดบัญชี โดยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ยังรวมถึงข้อมูล หมายเลขโทรศัพท์ บันทึกระยะเวลาการใช้งาน ความถี่ที่ใช้วอทส์แอพพ์ ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่ผู้ใช้งานโต้ตอบกับผู้ใช้รายอื่น การระบุอุปกรณ์และรายละเอียด ที่อยู่ IP ระบบปฏิบัติการ รายละเอียดเว็บเบราว์เซอร์ ความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ เวอร์ชั่นของแอพ เครือข่ายโทรศัพท์ ภาษาและเขตเวลา เป็นต้น จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้นักเคลื่อนไหวด้านสังคมที่กังวลในด้านความเป็นส่วนตัว…