“นาอูรู” ประเทศเล็ก ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นประเทศแรก ๆ ในโลกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประชากรราว 10,000 คนจำเป็นต้องอพยพย้ายไปอยู่ที่สูง เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้น้ำท่วมที่อยู่อาศัย รัฐบาลจึงออกแคมเปญ “ขายสัญชาติ” เพื่อหาเงินสร้างเมืองใหม่หนีน้ำท่วม
ประธานาธิบดีเดวิด อาแดงกำลังหาเงินทุนเบื้องต้น 65 ล้านดอลลาร์ สำหรับการปรับปรุงพื้นที่เขตเหมืองฟอสเฟตเก่าที่แห้งแล้ง ให้กลายเป็นเมืองใหม่ ที่มีทั้งที่อยู่อาศัย ฟาร์ม และสถานที่ทำงาน และจะให้ประชาชนประมาณ 90% ของประเทศย้ายมาอยู่โครงการนี้ทั้งหมด ซึ่งหนึ่งในแหล่งรายได้ของรัฐบาลจะมาจากการขายสัญชาติให้แก่ชาวต่างชาติที่สนใจในราคา 140,500 ดอลลาร์
ถึงนาอูรูจะเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่ได้โดดเด่นมากนักในประชาคมโลก (แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกตาม) และอยู่ห่างจากซิดนีย์ไปถึง 4,000 กิโลเมตร แต่การถือพาสปอร์ตของนาอูรูจะช่วยให้เข้าประเทศต่าง ๆ เช่น สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และฮ่องกงได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า
“ในขณะที่โลกกำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ เราต้องดำเนินการเชิงรุกเพื่อรักษาอนาคตของประเทศของเรา โดยเราจะไม่รอให้คลื่นซัดบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของเราไป” อาแดงกล่าว
นาอูรูจำเป็นต้องย้ายประชาชนขึ้นที่สูงเนื่องจากจะต้องเผชิญกับอุทกภัยร้ายแรง ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างมากในทศวรรษหน้า จากข้อมูลของทีมติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลของนาซ่าพบว่าในช่วงปี 2012-2021 มีวันที่เกิดน้ำท่วมสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างน้อย 0.5 เมตร ทั้งสิ้น 146 วัน ซึ่งสูงขึ้นหลายสิบเท่าเมื่อเทียบปี 1975-1984 ที่มีเพียง 8 วัน
นาอูรูไม่ใช่ประเทศแรกในโลกที่หารายได้จากการขายสัญชาติเพื่อแก้ปัญหาการภาวะโลกร้อน ก่อนหน้านี้โดมินิกา ประเทศในทะเลแคริบเบียน ก็หวังที่จะใช้รายได้จากการขายสัญชาติ เพื่อปกป้องประชากรของตนจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นว่าประเทศเล็ก ๆ กำลังเผชิญปัญหาในการจัดหาเงินทุนเพื่อนำไปใช้ในโครงการริเริ่มสำหรับรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ
ตามรายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติระบุว่า ประเทศที่ร่ำรวยได้เพิ่มอัตราการกู้ยืมและเงินช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนา แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งอาจขาดไปกว่า 359,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ระหว่างการประชุม COP29 เมื่อปี 2024 ในอาเซอร์ไบจาน ผู้แทนจากกลุ่มประเทศเกาะขนาดเล็ก รวมทั้งนาอูรู ถอนตัวออกจากการประชุม เนื่องจากประเทศที่ร่ำรวยให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนการดำเนินการด้านสภาพอากาศอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
อาแดงกล่าวต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนิวยอร์ก เมื่อเดือนกันยายน 2024 ว่า โครงการสำหรับการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่พอพูดถึงเมื่อการเงินเพื่อสภาพอากาศ เรามักจะถูกผลักไปอยู่ท้ายคิวเสมอ”
ระหว่างปี 2008-2022 ประเทศนาอูรูได้รับเงินทุนเพื่อการพัฒนาจำนวน 64 ล้านดอลลาร์ โดยมุ่งเน้นหลักในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ตามข้อมูลของ Lowy Institute สถาบันวิจัยด้านกิจการต่างประเทศ ซึ่งห่างไกลจากงบประมาณที่ต้องการมาก เพราะค่าใช้จ่ายโดยประมาณในแต่ละปีสำหรับประเทศเกาะขนาดเล็กที่กำลังพัฒนา สำหรับการป้องกันน้ำท่วมชายฝั่งอยู่ที่มากกว่า 1,600 ล้านดอลลาร์ต่อปี
อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากกว่าในอดีตอาจส่งผลกระทบต่ออาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการ โครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายฝั่ง และสนามบินแห่งเดียวของประเทศที่มีรันเวย์อยู่ติดกับมหาสมุทร เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 เกิดเหตุในตกหนัก บ้านเรือนถูกน้ำท่วมและถนนถูกตัดขาดในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด และเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะถูกพายุพัดถล่มอีกด้วย
สำหรับโครงการสร้างเมืองใหม่ในเขตพื้นที่สูงของนาอูรูเริ่มมีแผนมาตั้งแต่ปี 2019 โดยจะสร้างอยู่ในพื้นที่ราบสูง “ท็อปไซด์” ประมาณ 62.5 ไร่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่ทำเหมือนฟอสเฟตสำหรับใช้ทำปุ๋ยมาตั้งแต่ยุค 1900 ซึ่งจะใช้เงินลงทุนขั้นต่ำประมาณ 65 ล้านดอลลาร์ แน่นอนว่าลำพังเพียงการขายสัญชาติอย่างเดียวไม่พอ เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาการสนับสนุนจากเอกชนและสาธารณชนอีกด้วย
ในอดีต ฟอสเฟตสร้างรายได้ให้แก่ชาวนาอูรูเป็นกอบเป็นกำ แต่เมื่อฟอสเฟตหมดลงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวของนาอูรูลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลต้องพยายามหารายได้ใหม่ ๆ ตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ไปจนถึงทำละครเพลงที่อิงจากชีวิตของเลโอนาร์โด ดาวินชี (แต่ก็เจ๊งไม่เป็นท่า)
นาอูรูเคยขายหนังสือเดินทางมาแล้ว แต่ก็ถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2003 เนื่องจากกลุ่มอัลกออิดะห์และผู้ก่อการร้ายเคยนำพาสปอร์ตของนาอูรูไปใช้ ทำให้สหรัฐกังวลว่าการขายสัญชาติให้นักลงทุนอาจมีความเสี่ยงที่อาชญากรระหว่างประเทศจะนำไปใช้ประโยชน์ได้
“เราตระหนักดีถึงความท้าทายที่โครงการสัญชาตินาอูรูในอดีตต้องเผชิญทั่วโลก เราเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านี้ และได้นำมาตรการที่เข้มงวดมาใช้ เพื่อให้แน่ใจว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตสูงสุด” อาแดงกล่าว
เอ็ดเวิร์ด คลาร์ก อดีตนายธนาคาร ถูกแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสำนักงานโครงการนาอูรู และได้รับมอบหมายให้ดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยในปัจจุบันไม่อนุญาตให้พลเมืองรัสเซียซื้อพาสปอร์ต
หลายประเทศให้ความสนใจกับโครงการขายสัญชาติของนาอูรู ตามข้อมูลของ Henley & Partners บริษัทที่ปรึกษาของรัฐบาลด้านการย้ายถิ่นฐานและตัวแทนสำหรับแผนการลงทุนเพื่อขอสัญชาติระบุว่า มีคำร้องและคำถามจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐฯ ปากีสถาน และสหราชอาณาจักร
รัฐบาลคาดว่าการขายพาสปอร์ตจะสร้างรายได้ประมาณ 5.69 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจะมีผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกประมาณ 66 รายในปีนี้ และในปีถัด ๆ ไปจะเพิ่มยอดรวมเป็นประมาณ 43 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ที่มา: Bloomberg, The Guardian ,The Pinnacle Gazette
———————————————————————————————————————————-
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ / วันที่เผยแพร่ 26 กุมภาพันธ์ 2568
Link : https://www.bangkokbiznews.com/environment/1168447