ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย
ในความเป็นจริงอิหร่านไม่ใช่ภัยคุกคามโดยตรงต่อสหรัฐฯ และถ้าจะพิจารณาโดยศักยภาพสหรัฐฯก็เหนือกว่ามากมาย ดังนั้นการข่มขู่ของสหรัฐฯที่จะโจมตีอิหร่าน จึงดูไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง และหากมีการโจมตีจริงก็ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศเต็มที่
แต่สหรัฐฯถือตนว่าเป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่จะข่มขู่ใคร จะโจมตีใครไม่เคยหวั่นวิตกว่าจะถูกใครลงโทษ
อย่างไรก็ตามเหตุสำคัญที่สหรัฐฯหาเหตุเรื่องการพัฒนานิวเคลียร์ เพื่อพลังงานของอิหร่านที่สหรัฐฯ โดยทรัมป์ประกาศถอนตัวฝ่ายเดียวจาก JCPOA ซึ่งเป็นการตกลงที่มีสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ บวกเยอรมนีและอียู ลงนามในข้อตกลงกับอิหร่านนั่นคือสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย และเยอรมนี กับสหภาพยุโรป
แต่อยู่ๆประธานาธิบดีทรัมป์สมัยแรกก็ประกาศถอนตัวฝ่ายเดียวแบบด้านๆ และไม่ให้เกียรติประเทศตนเองในการทำสัญญา (ทำในสมัยโอบามา)
ทว่าในครั้งนี้สหรัฐฯประกาศข่มขู่อิหร่านว่ามีทางเลือก 2 ทาง คือเข้ามาเจรจาโดยดีหรือจะให้ใช้กำลัง ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้อิหร่านก็ปฏิเสธที่จะเจรจาด้วย
อนึ่งเบื้องหลังของการข่มขู่และจะหาเรื่องโจมตีอิหร่าน เพราะว่าอิสราเอลโดยเนทันยาฮู มีความเกรงกลัวอิทธิพลของอิหร่าน และมองว่าเป็นภัยคุกคาม โดยเฉพาะถ้าอิหร่านพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ไปเป็นระเบิดนิวเคลียร์ แต่ทั้งนี้มีข้อพิจารณา 2 ประเด็น คือ อิหร่านลงนามในสนธิสัญญา ไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งหมายความว่าจะไม่ผลิตระเบิดนิวเคลียร์
นอกจากนี้อิหร่านยังยอมให้องค์กรนิวเคลียร์ IAEA ของสหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบ ให้คำแนะนำและทำรายงานแม้ในระยะหลัง IAEA จะปรารถว่าไม่ค่อยทำตามทั้งหมด แต่ก็มิได้หมายความว่าอิหร่านจะเบี้ยวเพื่อผลิตระเบิดนิวเคลียร์
ในอีกประเด็นคือ อิสราเอลมีและครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยความรู้เห็นเป็นใจของสหรัฐฯ โดยที่อิสราเอลไม่ยอมลงนามในสนธิสัญญาไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ และทำการผลิตระเบิดและมีหัวรบเกิน 100 หัวรบ
หากจะหาเหตุผลมาอธิบายเหตุใดสหรัฐฯจึงจ้องจะเล่นงานอิหร่าน โดยเอาเรื่องนิวเคลียร์มาเป็นตัวตั้ง และตอนนี้ก็อ้างว่าเยเมนโดยฮูตี เป็น Proxy ของอิหร่าน ทั้งๆที่มันผิดจากความเป็นจริง โดยที่ฮูตีเป็นแกนร่วมต่อต้านผู้อธรรม หรือนักล่าอาณานิคมอย่างอิสราเอล
ทว่าสาเหตุที่แท้จริงนั่นคือ พลังการล็อบบี้ของอิสราเอล ต่อการเมืองสหรัฐฯและอิทธิพลของยิวไซออนิสต์ ต่อชนชั้นนำในสหรัฐฯที่เป็นตัวการสนับสนุนข้อเรียกร้องของเนทันยาฮู ให้โจมตีอิหร่านเพื่อประโยชน์ของอิสราเอล
หรือมองอีกด้านสหรัฐฯ ก็อาจรู้เห็นเป็นใจสนับสนุนให้อิสราเอลทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น เพื่อเอาไว้กำหราบพวกอาหรับในตะวันออกกลางก็เป็นไป
ดังนั้นเมื่อฮูตีโจมตีอิสราเอลและเรือที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลในทะเลแดง ด้วยการยืนหยัดท้าทายเป็นประเทศเดียวในโลกที่กล้าใช้ปฏิบัติการทางทหารไปกดดันให้อิสราเอลยุติการเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา ซึ่งผิดกฎหมายมนุษยธรรม กฎหมายระหว่างประเทศ และมติสหประชาชาติ
และฮูตีได้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องอย่างเคร่งครัดเมื่อมีสัญญาหยุดยิงระหว่างฮามาสและอิสราเอล ฮูตีก็ยุติปฏบัติการดังกล่าวข้างต้น
อนึ่งในความเป็นจริงอิสราเอลเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในช่วงที่ผ่านมากว่า 100 ครั้ง รวมทั้งการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงกับเลบานอนอีกด้วย
เมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีกาซาอย่างรุนแรง ฮูตี ก็เริ่มโจมตีอิสราเอลและปิดกั้นการเดินเรือของอิสราเอล หรือผู้จะค้าขายกับอิสราเอลผ่านทะเลแดง แต่ก่อนที่ฮูตีจะเปิดฉากการโจมตีอิสราเอล สหรัฐฯก็ทำการโจมตีเยเมนก่อนด้วยซ้ำนั่นคือไฟเขียวให้อิสราเอลถล่มกาซา แล้วปกป้องอิสราเอล และยังข่มขู่ว่าอิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของฮูตี
แม้ว่าฮูตีจะยืนยันว่าตนเองตัดสินใจเองตามหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งก็อาจยืนยันได้เมื่อฮูตีลงนามยุติศึกกับซาอุดีอาระเบีย กับยูเออี ทั้งที่อิหร่านมีท่าทีไม่ค่อยเห็นด้วยกับเงื่อนไขก็ตาม
นอกจากนี้แผนการโจมตีเยเมนของสหรัฐฯก็มีการรั่วออกไปสู่สื่อชื่อ The Atlantic ซึ่งเป็นสื่อคนละขั้วกับทรัมป์ คือ เป็น Neoliberal และเรื่องราวการที่ข่าวรั่วก็ไร้เหตุผลสิ้นดี แต่ก็พิสูจน์ได้ว่าสหรัฐฯตั้งใจโจมตีฮูตีเพื่ออิสราเอลมาก่อน แล้วไม่ว่าฮูตีจะโจมตีอิสราเอลหรือปิดทะเลแดงหรือไม่ เพราะเมื่อครั้งสงครามกับซาอุดีอาระเบีย กับยูเออี สหรัฐฯก็หนุนหลังโดยส่งอาวุธหรือร่วมส่งเครื่องบินมาโจมตี รวมทั้งให้ระเบิดเพลิงฟอสฟอรัสขาวที่ต้องห้ามกับซาอุฯอีกด้วย
ตอนนี้สหรัฐฯยังคงใช้กองเรือที่มีเรือธงคือเรือบรรทุกเครื่องบินทรูแมนด์ ซึ่งข่าวว่าได้รับความเสียหายบ้าง จนสหรัฐฯอาจส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 คือ Carl Winson มาประจำการแทน แต่ต้นทุนทำสงครามของสหรัฐฯค่อนข้างสูง เพราะต้องบินไกลเข้ามาโจมตีเยเมน คือไปตั้งหลักทางตอนเหนือทะเลแดงใกล้คลองสุเอช และมีเครื่องบิน UK สนับสนุนจากไซปรัส จุดนี้อาจทำให้สหรัฐฯต้องการลดต้นทุนด้วยการใช้เครื่องบินจากฐานทัพในกลุ่มประเทศอาหรับ ซึ่งฮูตีได้ประกาศไว้แล้วว่าถ้าทำอย่างนั้นจะทำให้ประเทศเหล่านี้กลายเป็นทะเลเพลิง เพราะจะถล่มคลังน้ำมันและบ่อน้ำมันให้พินาศ
เมื่อความตึงเครียดมาถึงจุดนี้ อิหร่านก็ต้องมีการเตรียมตัวและหาแบ็กอัป จึงจัดซ้อมรบกับจีนและรัสเซีย พร้อมกับมีการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งคาดว่าหากอิหร่านถูกโจมตี แม้รัสเซียกับจีนจะไม่ออกหน้ารบกับสหรัฐฯ แต่ก็คงต้องให้การสนับสนุนในทางป้องกันและสนับสนุนด้านอาวุธต่างๆ
ในขณะเดียวกันอิหร่านก็ติดตั้งขีปนาวุธและเรือเร็วที่เกาะทุนบีใหญ่ทุนบีน้อย และอบูมูซา ที่อยู่ทางตะวันตกของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะมีขีดความสามารถในการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กว้างเพียง 50 กม. อันจะมีผลทำให้น้ำมัน1/3 ของโลกต้องหยุดการขนส่งรวมทั้งการเคลื่อนย้ายกำลังของกองเรือที่ 5 ที่มีฐานทัพอยู่ที่บาร์เรน ก็จะมีอุปสรรคอีกด้วย
นอกจากนี้อิหร่านยังประกาศด้วยว่าถ้าสหรัฐฯและพันธมิตรโจมตีอิหร่าน อิหร่านจะโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯในตะวันออกกลาง นั่นคือฐานทัพทั้งหลายรวมทั้งอิสราเอลด้วย
ในการนี้อิหร่านได้เปิดตัวอาวุธไฮเทคที่อ้างว่าเป็นประเทศแรกที่สามารถผลิตมาใช้ได้จริง แม้ตอนนี้จะเป็นเพียงต้นแบบนั่นคืออาวุธ Plasma ซึ่งเป็นอาวุธที่มีอุณหภูมิสูงมาก จากการยิงความร้อนมหาศาลเข้าไปทำให้ก๊าซเกิดการแตกตัวเป็นไอออน และอิเล็กตรอน และบังคับให้พลังงานความร้อนสูงนี้พุ่งไปยังเป้าหมาย
ซึ่งหากอิหร่านประสบความสำเร็จจริงตามอ้างระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่ว่าจะเป็นแพทริออท ไอออนโดม และแม้แต่ Thaard ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้
เรื่องนี้พอเข้าใจได้ว่าอิหร่านต้องการสื่อว่าอย่ามารังแกกัน และอาวุธนิวเคลียร์ไม่ใช่เป้าหมายของอิหร่าน
ก็ต้องติดตามตอนต่อไป แต่ตอนนี้มีรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวสเกล 7.7 ซึ่งฝ่ายอิสราเอลอ้างว่าอิหร่านทำการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ใช่หรือไม่แต่ยิ่งทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามพุ่งสูง และจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงตามไปด้วย เตรียมตัวกันไว้ให้ดี
————————————————————————————————–
ที่มา : สำนักข่าวสยามรัฐออนไลน์ / วันที่เผยแพร่ 27 มี.ค.2568
Link : https://siamrath.co.th/n/610914