เมื่อทรัมป์ขึ้นครองทำเนียบขาวได้ไม่กี่วัน เขาประกาศว่าจะขึ้นภาษี (tariff) สินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 25%, จีน 10%
เหตุผลที่ทรัมป์จะขึ้นภาษีแคนาดา ทรัมป์บอกว่า เป็นเพราะแคนาดาไม่ค่อยอุดหนุนสินค้าอเมริกา พวกเขาไม่ค่อยซื้อสินค้าเกษตรอเมริกา ไม่อุดหนุนสินค้าปศุสัตว์ ไม่ซื้อรถยนต์อเมริกัน
นอกจากนั้น ยังปล่อยให้ยาเสพติดเฟนทานิล (Fentanyl) นำเข้าอเมริกาผ่านพรมแดนแคนาดา
ดังนั้น จึงต้องขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดา 25%
ทรัมป์ออกมาพูดโดยมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า แคนาดาคือตลาดส่งออกของอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าการค้าของ 2 ประเทศปี 2024 สูงถึง 762.1 พันล้านเหรียญ เป็นสินค้าส่งออกของอเมริกา 349.4 พันล้านเหรียญ ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับปี 2023
ในขณะเดียวกัน อเมริกานำเข้าจากแคนาดา 412.7 พันล้านเหรียญ ลดลงจากปี 2023 1.4%
ในส่วนของเรื่องการส่งออกรถยนต์ที่ทรัมป์พูดว่า แคนาดาไม่ค่อยซื้อรถยนต์อเมริกันนั้น แคนาดาผลิตรถยนต์ของตัวเองได้เพียง 14 รุ่น นำเข้า 300 กว่ารุ่น ในจำนวนนี้ 218 รุ่นผลิตในอเมริกา
แล้วทรัมป์เอาที่ไหนมาพูดว่าแคนาดาไม่ค่อยซื้อรถอเมริกัน
แคนาดาคือตลาดส่งออกของอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก รองลงมาคือเม็กซิโก อันดับสามคือจีน
ในเรื่องเฟนทานิลที่เป็นสารตั้งต้นของเฮโรอีนนั้น ต้นตอแหล่งผลิตอยู่ในจีน นำเข้าอเมริกาผ่านพรมแดนแคนาดาต่ำกว่า 1% (แค่ราว .45%) – ข้อมูลจาก the US Drug Enforcement Administration
แคนาดาไม่ใช่ผู้เล่นใหญ่ที่นำเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐ นอกจากนี้ แคนาดายังให้ความร่วมมือประกาศชื่อนักค้าเฟนทานิลในฝั่งแคนาดาส่งให้อเมริกาในทันใดที่ทรัมป์ร้องขอ
แต่นั่นไม่ช่วยให้แคนาดารอดพ้นจากการขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าอเมริกา 25%
ส่วนเม็กซิโก คู่ค้าใหญ่อันดับสองของอเมริกา เริ่มแรกทรัมป์เรียกร้องให้ประธานาธิบดีหญิงของเม็กซิโก Claudia Sheinbaum ให้ความร่วมมือในการป้องปรามไม่ให้ผู้อพยพอเมริกาใต้ข้ามพรมแดนเข้าสู่อเมริกา
ประธานาธิบดีเม็กซิโกให้ความร่วมมือจัดกำลังทหารเม็กซิกัน 12,000 คน คอยตรวจจับผู้อพยพฝั่งเม็กซิโก อันเป็นผลให้ทรัมป์ประกาศเลื่อนการขึ้นกำแพงภาษีเม็กซิโกในครั้งแรกออกไป 1 เดือน
ในส่วนของเฟนทานิลที่เข้าสู่อเมริกาทางพรมแดนด้านใต้นั้น 97% เข้ามาจากชายแดนเม็กซิโก ทรัมป์บอกว่า ปีที่แล้ว เฟนตานิลคร่าชีวิตคนอเมริกันไป 900,000 คน จึงมีคำเรียกร้องอย่างแข็งขันให้เม็กซิโกขจัดนักค้าเฟนทานิลให้หมดสิ้น
ต่อไปนี้สินค้าเกษตรของเม็กซิโกจะต้องขึ้นราคา มะม่วงเม็กซิโกลูกละ 69 C ที่ Price Rite และลูกละ 1 เหรียญที่ Giant จะไม่มีราคานี้ให้เห็นอีกแล้ว ต้องหันไปหามะม่วงเปรูที่หน้าตาเหมือนกันมาทดแทน
องุ่นไร้เมล็ดจากเม็กซิโก รวมทั้งเชอร์รี่และสตรอว์เบอร์รี่ก็ต้องทดแทนด้วยผลิตภัณฑ์จากเปรู จากชิลี จากอาร์เจนตินา และจากประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้แห่งอื่น
เสื้อ Polo หลายรุ่นก็ผลิตในเม็กซิโก
ที่ผมแสนเสียดายคือ รถ Volkswagen ที่ประกอบในโรงงานเม็กซิโกแทนการนำเข้าทั้งคันจากเยอรมนี ทำให้ราคา Volkswagen แข่งขันกับรถญี่ปุ่นได้สบาย
ผม Leased-เช่ารถ Volkswagen รุ่น Tiguan มา 3 รุ่น 9 ปี ใช้รุ่นละ 3 ปีต่อเนื่องด้วยความชื่นชมในคุณภาพและราคา Leased ที่สู้กับรถญี่ปุ่นอย่างซูบารุได้สบายๆ สำหรับผม Tiguan ไม่ต้องมีเงินดาวน์ ค่า Leased เดือนละ 400 กว่าเหรียญ แถมบริการถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรองปีละครั้ง ฟรี ไม่มีค่าอะไหล่และค่าแรงตลอด 3 ปี
รถญี่ปุ่นสู้ไม่ได้
ปี 1994 มีการเซ็นสัญญา NAFTA – North America Free Trade Agreement – ข้อตกลงการค้าเสรีแห่งอเมริกาเหนือ ระหว่างสหรัฐ, เม็กซิโกและแคนาดา เป็นกลุ่มการค้าเสรีที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น
ปี 2018 มีการพัฒนาเป็นข้อตกลง USMCA – US-Mexico-Canada Agreement ข้อตกลงการค้าอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา มีผลบังคับ January 2020 โดยทรัมป์เป็นผู้ลงนามในข้อตกลงในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในสมัยแรกของเขา
วันนั้นทรัมป์พูดว่า “USMCA คือสัญญาที่ทันสมัย เป็นปัจจุบัน สร้างความสมดุลทางการค้าในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา สร้างความก้าวหน้าในการปกป้องผู้ใช้แรงงานและนักพัฒนา”
วันนั้น ทรัมป์เขียนด้วยมือ แต่วันนี้ลบด้วยเท้า
ช่วงแรกหลังเข้าทำเนียบขาวไม่กี่วันที่ทรัมป์ประกาศจะขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 25% แล้วเลื่อนออกไป 1 เดือนนั้น ผู้แถลงข่าวหญิงของทำเนียบขาว Karoline Leavitt ออกมาแถลงข่าวด้วยถ้อยคำยโสว่า “ผู้นำทั้งแคนาดาและเม็กซิโกต่างคุกเข่า (bend on their knees) ร้องขอว่าอย่าให้อเมริกาขึ้นภาษีพวกเขาเลย”
แล้วถึงเวลาที่ทรัมป์ “Back Down” ประกาศ Tariff ขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 25% จีนเพิ่มอีก 10% เป็น 20% เริ่ม 4 มีนาคม 2025 วันนั้นหุ้น Dow Jones “ดิ่งนรก” ลดลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี ด้วยความหวาดหวั่นว่า การประกาศสงครามการค้าจะนำมาซึ่งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำสู่อเมริกา
นายกรัฐมนตรี Justin Trudeau แห่งแคนาดาออกมาพูดเมื่อทรัมป์ประกาศ Tariff แคนาดาว่า
“วันนี้ทรัมป์ประกาศหันหลังให้หุ้นส่วนที่สนิทที่สุด หันหลังให้เพื่อนสนิทที่สุด หันหลังให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ หันไปกล่าวยกย่องปูตินจอมโกหก จอมฆาตกร จอมเผด็จการ นั่นเหมาะสมแล้วหรือ…”
“แคนาดานั้นสุภาพ มีเหตุผล แต่จะไม่ย่อย่นให้สงครามการค้ากับอเมริกาโดยเด็ดขาด…ต่อไปนี้คือข้อความถึงเพื่อนชาวอเมริกันโดยตรง เราไม่ต้องการสิ่งนี้ เราต้องการทำงานร่วมกัน ในฐานะเพื่อนและผู้ร่วมอุดมการณ์ เราไม่ต้องการเห็นคุณถูกทำร้าย แต่รัฐบาลของคุณเป็นคนเลือกสิ่งเหล่านี้ให้พวกคุณ”
“รัฐบาลของคุณเลือกทำให้การงานของอเมริกันอยู่ในความเสี่ยง เพราะการงานหลายพันสิ่งที่สำเร็จมาจากบรรดาวัตถุดิบจากแคนาดาจะต้องขึ้นราคา และหรือจากผู้บริโภคในแคนาดาจะต้องขึ้นราคา หรือจากทั้งสองอย่าง เขาเลือกที่จะขึ้นราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น โกรเซอรี่ของพวกคุณจนถึงสิ่งดำเนินชีวิตทุกวันเช่นแก๊ส ในสินค้าเมเจอร์ เช่น คาร์และโฮม และทุกอย่าง เขาเลือกที่จะให้ความปลอดภัยของอเมริกันสั่นคลอนด้วยการขึ้นภาษีแร่ธาตุ, พลังงานและปุ๋ยที่เรามีและอเมริกันต้องการ”
ทรูโดพูดอีกว่าพรมแดนแคนาดา-อเมริกามีความปลอดภัยสูงสุด ปีที่ผ่านมามีเฟนทานิลข้ามพรมแดนแคนาดาเข้าไปอเมริกาแค่ 43 ปอนด์
ทรัมป์ลืมไปว่า รถอเมริกันประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ข้ามพรมแดนไปจากแคนาดาสู่มิชิแกน จะต้องขึ้นราคา 25% จนนึกขึ้นได้จึงมาประกาศยกเว้นการขึ้นภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนออกไปก่อน
เช่นเดียวกับที่ยกเลิกเก็บภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนจากเม็กซิโกออกไปก่อน ค่อยยังชั่วหน่อยสำหรับ Volkswagen จากเม็กซิโก
ในส่วนที่เก็บภาษีนำเข้าจากจีน 20% นั้น ย่อมมีผลให้สินค้าจีนขายได้ในอเมริกาน้อยลง แต่จีนยังผลิตเท่าเดิม จึงต้องหันไปทุ่มตลาดอื่นทดแทน หนึ่งในจำนวนนั้นคือตลาดไทย (ที่แสนจะเกรงใจจีนขนาดส่งผู้อพยพอุยกูร์กลับคืนจนถูกประณามทั่วโลก)
ระวังว่า ต่อไปนี้ไทยจะโดนจีนทุ่มตลาดจนอุตสาหกรรรมในประเทศเจ๊งเป็นแถบๆ
การขึ้นภาษีในสงครามการค้านี้ ท้ายที่สุดคนที่ต้องจ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้นคือผู้บริโภคชาวอเมริกัน
CNN คำนวณว่า ค่าภาษีที่เพิ่มขึ้น คนอเมริกันจะต้องรับภาระครัวเรือนละ 800 เหรียญในช่วงปี 2025 นี้ สินค้าที่จะขึ้นราคาคือ ผลไม้ ผัก เมล็ดข้าว (grains) เนื้อสัตว์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ น้ำมัน ตุ๊กตาเด็ก และรองเท้า
ทรัมป์ปราศรัยเรื่องการขึ้นภาษีด้วยความภาคภูมิใจว่า “เรา” (อเมริกา) คือ หม้อทองคำ (gold pot) ที่ประเทศต่างๆ จ้องเข้ามาตักตวง จึงต้องป้องกันด้วยการขึ้นภาษี
แคนาดาถอดเหล้า วิสกี้อเมริกันลงจากเชลฟ์ทั้งหมด เลิกกันที วิสกี้อเมริกัน
ล่าสุด แคนาดาเตรียมตัดกระแสไฟฟ้าที่ส่งเข้าอเมริกาในวันที่ 15 เมษายน 2025
ในความเข้าใจของผม ไฟฟ้าแคนาดาคงส่งเข้ารัฐนิวยอร์กที่มีพรมแดนติดกัน
จึงขอส่งข่าวถึงหัวขโมยแห่งนิวยอร์กซิตี้ว่า ให้เตรียมตัวปล้นเมืองไว้ให้พร้อมในวันไฟดับที่จะมาถึง
ด้วยอภินันทนาการจาก โดนัลด์ ทรัมป์
———————————————————————————————
ที่มา : มติชน / วันที่เผยแพร่ 1 เมษายน 2568
Link : https://www.matichonweekly.com/column/article_833960