กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย หลังเปิดระบบให้ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่นิติบุคคล พบ 17 นิติบุคคล แอบเอาที่อยู่ไปใช้ ส่วนร่างคำสั่งนายทะเบียน เรียกเอกสารยืนยันจากเจ้าบ้านที่ให้ใช้ที่อยู่เป็นสถานที่ทำธุรกิจ แท้ง หลังผู้ประกอบการไม่เห็นด้วย
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการปราบปรามนิติบุคคลบัญชีม้าว่า หลังจากเมื่อวันที่ 11 ก.พ.68 กรมได้เปิดระบบ “ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล” บนเว็บไซต์กรม www.dbd.go.th เพื่อให้ประชาชนเข้ามาตรวจเช็กที่อยู่ของตนเองว่าถูกมิจฉาชีพนำไปจัดตั้งนิติบุคคลโดยไม่ทราบ หรือยินยอมหรือไม่ และสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นนิติบุคคลบัญชีม้านั้น ล่าสุด มีผู้เข้าไปตรวจสอบมากถึงกว่า 2,800 ราย และในจำนวนนี้ประมาณ 4 ราย แจ้งว่า มีนิติบุคคล 17 แห่งได้นำเอาที่อยู่ของตนเองไปใช้เป็นที่ตั้งของสำนักงานนิติบุคคล โดยที่เจ้าของที่อยู่ไม่ทราบ หรือไม่ยินยอม ซึ่งกรมได้รับเรื่องไว้ และส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบต่อแล้ว
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ปักหมุดที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล ตามที่ได้แจ้งข้อมูลไว้เมื่อครั้งมาจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อให้ทราบว่า มีที่อยู่ที่ใด ตรงตามที่แจ้งไว้จริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากบุคคลที่มีรายชื่อเสี่ยงสูงต่อการฟอกเงิน ก่อการร้าย หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานหรือเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารที่ถูกใช้ในการกระทำความผิดมูลฐาน รหัส HR-03 มาจดทะเบียนนิติบุคคล โดยจะต้องให้มาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียนก่อนรับจดทะเบียน
สำหรับการประชาพิจารณ์การออกร่างคำสั่งนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง เพื่อเรียกเอกสารยืนยันจากเจ้าบ้านที่ให้ใช้ที่อยู่เป็นสถานที่ทำธุรกิจ ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-15 ก.พ.68 นั้น กรมอาจจะยกเลิก และมีมาตรการอื่นแทน เพราะผลการประชาพิจารณ์ พบว่า ผู้ประกอบการมากถึง 86% ไม่เห็นด้วยเพราะมองว่า เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้ประกอบการที่สุจริต เพิ่มต้นทุน เกิดความล่าช้าในการจัดตั้งธุรกิจ สวนทางกับการเดินหน้าสู่รัฐบาลดิจิทัล อาจติดปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พีดีพีเอ) และมาตรการนี้ไม่ช่วยในการแก้ไขบัญชีม้านิติบุคคลได้
พร้อมมีข้อเสนอแนะว่า ควรใช้เทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบสถานที่ตั้งนิติบุคคล ซึ่งจะมีความรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับการเก็บภาษี หากพบการกระทำผิดกฎหมายควรส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย เป็นต้น
“กรมคาดว่ามาตรการที่กล่าวมาจะช่วยป้องปรามบัญชีม้านิติบุคคลได้อย่างเป็นรูปธรรม และขอความร่วมมือประชาชน ให้สังเกต และระมัดระวังตัวอย่างสูงสุด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ” นางอรมน กล่าว
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์
———————————————————————————————————————————————–
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ / วันที่เผยแพร่ 25 กุมภาพันธ์ 2568
Link : https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1168344