FBI บุกค้นมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ หวังตามหาเอกสารลับของไบเดน

Loading

    สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวเมื่อวันพุธ (15 ก.พ.) ว่า สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เข้าตรวจค้น 2 ครั้งที่มหาวิทยาลัยเดลาแวร์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนเรื่องการจัดการเอกสารลับของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ   การตรวจค้นดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยความยินยอมและได้รับความร่วมมือจากทีมกฎหมายของปธน.ไบเดน อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวและให้ไปสอบถามจากกระทรวงยุติธรรมแทน   ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงต้นเดือนนี้ ทนายความของปธน.ไบเดนกล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมไม่พบเอกสารที่มีตราระบุว่าเป็นเอกสารลับ ในระหว่างการค้นหา 3 ชั่วโมงครึ่งที่บ้านพักริมชายหาดของปธน.ไบเดนในเมืองรีโอโบธ รัฐเดลาแวร์ แต่ได้นำเอกสารบางส่วนไปตรวจสอบเพิ่มเติม   ก่อนหน้านี้มีการตรวจพบเอกสารที่บ้านพักของปธน.ไบเดนในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ และที่สำนักงานในวอชิงตันซึ่งเขาเคยใช้ทำงานในระหว่างดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา และในช่วงระหว่างหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี   ประเด็นการค้นหาเอกสารลับนี้ได้สร้างความวุ่นวายทางการเมืองให้กับปธน.ไบเดน ผู้ซึ่งคาดว่าเตรียมจะประกาศลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ในอีกไม่กี่สัปดาห์หรืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า   ทั้งนี้ ปธน.ไบเดนได้บริจาคเอกสารทางการสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาพรรคเดลาแวร์ระหว่างปี 2516 – 2552 ให้กับมหาวิทยาลัยเดลาแวร์         ————————————————————————————————————————- ที่มา :     …

อดีตรปภ.สถานทูตอังกฤษในเยอรมนีรับโทษคุก 13 ปี ฐานเป็นจารชนให้รัสเซีย

Loading

  ศาลของสหราชอาณาจักรตัดสิน ให้อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเบอร์ลิน รับโทษจำคุกนานประมาณ 13 ปี จากความผิดฐานจารกรรมข้อมูลลับให้รัสเซีย   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า ศาลกรุงลอนดอนมีคำพิพากษา เมื่อวันศุกร์ ให้นายเดวิด บัลแลนทีน สมิธ อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกรุงเบอร์ลิน รับโทษจำคุกเป็นเวลา 13 ปี กับอีก 2 เดือน ฐานจารกรรมข้อมูลให้กับรัสเซีย   British embassy spy David Smith jailed for 13 years and two months for passing secret information to Russia https://t.co/eIRAEhunbC — BBC Breaking News (@BBCBreaking) February 17, 2023…

องค์กรการแพทย์แคลิฟอร์เนีย เผยผู้ป่วย 3 ล้านคน อาจได้รับผลจากการแฮ็กข้อมูลเมื่อปลายปี 2022

Loading

    กลุ่มองค์กรทางการแพทย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ส่งคำเตือนไปยังผู้ป่วย 3 ล้านคน ว่าแฮ็กเกอร์อาจขโมยข้อมูลด้านสุขภาพและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ไปในช่วงที่มีเหตุโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ปีที่แล้ว   องค์กรเหล่านี้ ได้แก่ Regal Medical Group, Lakeside Medical Organization, ADOC Medical Group และ Greater Covina Medical   Regal ออกมาเปิดเผยว่า ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น และได้ทำงานร่วมกับบริษัทด้านไซเบอร์เพื่อกู้คืนระบบและตรวจสอบว่ามีข้อมูลใดที่ได้รับผลกระทบบ้าง   จากข้อมูลของหน่วยงานด้านไซเบอร์ พบว่าข้อมูลที่แฮ็กเกอร์ขโมยออกไปจากกลุ่มองค์กรเหล่านี้มีทั้ง ชื่อผู้ป่วย เลข Social Security ที่อยู่ วันเกิด ข้อมูลการวินิจฉัยโรคและการรักษา ผลตรวจห้องปฏิบัติการ ข้อมูลการสั่งยา ข้อมูลฉายรังสี ข้อมูลประกันสุขภาพ และเบอร์โทรศัพท์   กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์ของสหรัฐอเมริกา (DHH) ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเผยว่ามีผู้ป่วยถึง 3,300,638 รายที่ได้รับผลกระทบ…

อัปเดต: เอฟบีไอค้นบ้าน ‘อดีตรองปธน.เพนซ์’ พบเอกสารลับที่ยังไม่ส่งคืนรัฐ

Loading

    เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ ตรวจค้นบ้านของอดีตรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ที่รัฐอินเดียนา ในวันศุกร์ และพบว่ามีเอกสารหนึ่งฉบับที่ถูกระบุว่าเป็นชั้นความลับ ตามรายงานของเอพี   เดวิน โอมาลลีย์ที่ปรึกษาของเพนซ์ กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ส่งเจ้าหน้าที่ทำการ “ค้นหาอย่างครบถ้วนและไม่มีข้อจำกัด เป็นเวลา 5 ชั่วโมง”   เขากล่าวว่าเจ้าหน้าที่ พบ “เอกสารหนึ่งฉบับที่ถูกประทับตรา (ว่าเป็นข้อมูลชั้นความลับ หรือ classified) และมีอีก 6 หน้า ที่ไม่มีการประทับตรา ซึ่งเป็นเอกสารที่ยังไม่ได้ถูกพบในการตรวจสอบเบื้องต้นโดยที่ปรึกษากฎหมาย” ของอดีตรองประธานาธิบดี   เพนซ์อยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐบาล ที่ทางการระบุว่า มีเอกสารที่มีข้อมูลอ่อนไหว และยังไม่ส่งคืนให้รัฐหลังการดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลง   นอกจากเพนซ์แล้ว ผู้ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน ผู้นำคนปัจจุบัน ที่ถูกระบุว่า มีเอกสารราชการที่อยู่ในชั้นความลับสมัยที่เขาเป็นรองประธานาธิบดี   เอพีรายงานว่า บ้านของเพนซ์ถูกค้นในครั้งนี้ หลังจากที่เมือเดือนที่แล้วทนายของเขาพบว่า อดีตรองประธานาธิบดีผู้นี้มีเอกสารที่ถูกประทับตราว่าเป็นความลับ อยู่ที่บ้านของเขา   เพนซ์…

Slick แอปวัยรุ่นอินเดียทำฐานข้อมูลผู้ใช้นับแสนรายหลุดบนโลกออนไลน์

Loading

    Slick แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียสัญชาติอินเดียที่ขณะนี้กำลังมาแรงทำฐานข้อมูลผู้ใช้งานหลุดสู่สาธารณะเป็นเวลาหลายเดือน ในจำนวนนี้มีข้อมูลเด็กนักเรียนด้วย   ฐานข้อมูลนี้หลุดออกมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม มีทั้งชื่อนามสกุล เบอร์โทร วันเกิด และรูปโปรไฟล์ของผู้ใช้งานมากกว่า 153,000 คน   ผู้ที่เจอฐานข้อมูลที่หลุดออกมานี้คือ อนุรัก เซ็น (Anurag Sen) จาก CloudDefense.ai ซึ่งได้ขอให้เว็บไซต์ TechCrunch ช่วยแจ้งเตือนไปยัง Slick ซึ่งทาง Slick ก็ได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว   เซ็นยังได้จากแจ้งไปยังหน่วยตอบโต้เหตุฉุกเฉินทางคอมพิวเตอร์อินเดีย (CERT-In) ให้ทราบด้วยแล้ว   TechCrunch พบว่าการหลุดรั่วของฐานข้อมูลในครั้งนี้เกิดจากการตั้งค่าที่ผิดพลาด ทำให้ใครก็ตามที่รู้เลขไอพีของฐานข้อมูลก็จะสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้หมด   Slick เปิดให้ใช้งานครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 ก่อตั้งโดย อาจิต นันดา (Archit Nanda) อดีตผู้บริหาร Unacademy โดย Slick เป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักเรียนและนักศึกษามาพูดคุยกันได้แบบไม่เปิดเผยตัวตน ในปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดถึง 100,000 ครั้ง…

หวิดกลายเป็นเหยื่อ! สาวตกใจสัญญาณแจ้งเตือน โดน ‘แอปเปิล แอร์แท็ก’ ติดตาม ตำรวจค้นเจอเครื่องที่ใต้ท้องรถ

Loading

  หญิงสาวผู้มีไหวพริบ รีบขับรถไปหาตำรวจทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือนว่ามี ‘แอปเปิล แอร์แท็ก’ ซึ่งไม่ใช่อุปกรณ์ของเธอเอง กำลังติดตามตัวเธออยู่ ทำให้รอดพ้นจากความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของอาชญากร   ‘แอร์แท็ก’ อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งของบุคคลหรือสิ่งของจากบริษัท ‘แอปเปิล’ ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อราว 2 ปีก่อนนั้น ผลิตขึ้นด้วยเจตนาดีและเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นดาบสองคมได้ เมื่อมีอาชญากรหัวใสนำไปใช้ในทางมิชอบ   อย่างในกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่หญิงสาวจากรายหนึ่งกำลังขับรถอยู่ในเมืองเออร์วิง รัฐเทกซัส เธอก็ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจากระบบว่ามี ‘แอร์แท็ก’ ติดตามตำแหน่งของเธออยู่ แต่หญิงสาวก็มีไหวพริบดีพอที่จะรีบขับรถตรงไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบ   ภายในเวลาเพียง 10 นาทีหลังจากที่เธอติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้เริ่มการตรวจสอบ พวกเขาก็พบว่ามีใครบางคนใช้เทปกาวติดอุปกรณ์แอร์แท็กไว้ใต้ท้องรถที่เธอขับมา   เจ้าหน้าตำรวจโรเบิร์ต รีฟส์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจไปตาม ๆ กัน เพราะนี่หมายถึงว่าหญิงสาวมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของอาชญากรที่ติดตามรังควาน ล่วงละเมิดหรือทำร้ายร่างกาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคดีอาชญากรรมขั้นร้ายแรง   อย่างไรก็ตาม การที่หญิงสาวได้รับสัญญาณแจ้งเตือนดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในมาตรการที่ทาง แอปเปิล ใช้เพื่อป้องกันการนำอุปกรณ์ไปใช้ในทางมิชอบ เช่น การแอบติดตามหรือตามรังควานตัวบุคคล ถ้าหากอุปกรณ์แอร์แท็กโดนแยกจากผู้เป็นเจ้าของและเคลื่อนที่ไปพร้อมกับบุคคลอื่น ผู้ที่มีแอร์แท็กอยู่กับตัว (แต่ไม่ใช่ของตัวเอง) จะได้รับสัญญาณแจ้งเตือนที่โทรศัพท์มือถือว่า “พบอุปกรณ์แอร์แท็กกำลังติดตามตำแหน่งของคุณ”  …