จับหนุ่มญี่ปุ่น ดอดบุกพระตำหนักจักรพรรดินารุฮิโตะ เตร็ดเตร่อยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง

Loading

เอเอฟพีรายงานโดยอ้างรายงานของสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 3 มกราคม ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นได้จับกุมตัวชายวัย 29 ปีไว้ โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกพระตำหนักที่ประทับของจักรพรรดินารุฮิโตะในกรุงโตเกียว ซึ่งปกติแล้วมีการอารักขาอย่างเข้มงวด ฟุจิ นิวส์ เน็ตเวิร์ก (เอฟเอ็นเอ็น) รายงานว่า ชายดังกล่าวซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ บุกเข้าไปใน “อากาซากะ คอมเพล็กซ์” ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่ประทับในย่านหรูหราของกรุงโตเกียวขององค์จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ระดับสูงของญี่ปุ่นตั้งแต่คืนวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา โดยอาศัยการลักลอบผ่านประตูเรือนรับรองแขกของราชสำนักซึ่งอยู่ติดกันแต่ไม่มีการรักษาความปลอดภัย และใช้เวลาอยู่ภายในพระตำหนักอากาซากะไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะถูกทหารองครักษ์จับตัวได้บริเวณใกล้กับตำหนักที่พักของ เจ้าหญิงยูริโกะ ซึ่งเป็นพระอัยยิกา (ย่า) ขององค์พระจักรพรรดินารุฮิโตะ     สำนักข่าวทีบีเอสนิวส์ของญี่ปุ่น ซึ่งรายงานเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารับมอบตัวไปดำเนินคดีว่า ตนเพียงแค่ต้องการพบกับเชื้อพระวงศ์ใกล้ชิดกับพระจักรพรรดินารุฮิโตะเท่านั้น อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ ของเหตุการณ์ขณะองครักษ์ เข้าไปพบและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ โดยระบุเพียงว่า ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บในเหตุครั้งนี้เท่านั้น ทั้งนี้ กรณีบุกรุกนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2563 ที่ผ่านมา ชายชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ก็ลักลอบว่ายน้ำข้ามคูเมืองรอบนอกของพระราชวังอิมพีเรียลเข้าไปภายในซึ่งเป็นส่วนห้ามเข้าเด็ดขาดมาแล้ว และเมื่อหลายปีที่ผ่านมา มีชาวญี่ปุ่นและคนต่างชาติถูกจับกุมขณะพยายามว่ายข้ามคูเมืองเข้าไปบ่อยครั้ง รวมทั้งชายชาวอังกฤษรายหนึ่งซึ่งถูกจับหลังเปลือยกายล่อนจ้อนว่ายข้ามคูเมืองเข้าไปอีกด้วย  …

เยเมนโทษกบฏฮูตียิงถล่มสนามบิน ดับ26ศพ

Loading

คณะรัฐบาลเอกภาพชุดใหม่ของเยเมนเดินทางจากซาอุดีอาระเบียกลับถึงสนามบินเอเดน แต่โดนยิงจรวดโจมตีเมื่อวันพุธ (30 ธ.ค.63) มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 26 คน เจ้าหน้าที่กล่าวโทษเป็นการโจมตีอย่างขี้ขลาดโดยพวกกบฏฮูตีที่อิหร่านหนุนหลัง รายงานเอเอฟพีอ้างแหล่งข่าวทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลว่า นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีคนบาดเจ็บอีกมากกว่า 50 คนในเหตุโจมตีสนามบินเมืองเอเดนในทางภาคใต้ของเยเมนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ทั้งหมดซึ่งเพิ่งเดินทางกลับถึงประเทศ ไม่มีใครได้รับอันตราย คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) กล่าวว่า มีลูกจ้างคนหนึ่งขององค์กรเสียชีวิตด้วย และอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บ รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ระเบิดลูกแรกโจมตีอาคารผู้โดยสารของสนามบิน ทำให้เศษซากปรักหักพังกระจายเกลื่อน ขณะที่กลุ่มควันยังไม่จางหายและผู้คนรีบเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากการโจมตีครั้งแรก การโจมตีครั้งที่ 2 ก็เกิดตามมา วิดีโอที่ถ่ายไว้โดยเอเอฟพีเผยให้เห็นช่วงเวลาที่ดูเหมือนมิสไซล์โจมตีลานจอดเครื่องบิน ซึ่งไม่กี่อึดใจก่อนหน้านั้นเต็มไปด้วยฝูงชนที่มารอต้อนรับรัฐบาลชุดใหม่ ก่อนที่จะเกิดลูกไฟขนาดใหญ่ ข่าวของรอยเตอร์กล่าวว่า เสียงระเบิดและเสียงปืนดังสนั่นที่สนามบินเอเดนภายหลังเครื่องบินนำคณะรัฐมนตรีเดินทางจากกรุงริยาดกลับถึงประเทศ แหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่กล่าวว่า มีกระสุนปืนครก 3 ลูกถูกยิงมาตกที่อาคารผู้โดยสารของสนามบิน  กองกำลังผสมภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า โดรนของกบฏฮูตีลำหนึ่ง ที่พยายามโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีอัลมาชีค โดนยิงตก รัฐบาลที่นานาชาติให้การรับรอง และกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนจากภาคใต้ของเยเมน จัดตั้งคณะรัฐบาลแบ่งปันอำนาจเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม เพื่อผนึกกำลังกันต่อสู้กับกบฏฮูตี ที่ยึดกรุงซานาและดินแดนส่วนใหญ่ในภาคเหนือของประเทศไว้ได้ โมอัมมาร์ อัลอีร์ยานี รัฐมนตรีสารสนเทศ กล่าวว่า สมาชิกในรัฐบาลใหม่ทุกคนรอดพ้นจากระเบิดโดนไม่ได้รับอันตราย…

สหรัฐคุมเข้มวีซ่าสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน จาก 10 ปี เหลือ 1 เดือน

Loading

แม้จะมีเวลาเพียงไม่มากที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพ้นจากตำแหน่ง แต่ความพยายามในการเล่นงานจีน ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกกฎควบคุมการเดินทางมายังสหรัฐของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนรวมถึงครอบครัว โดยมีการลดระยะเวลาการออกวีซ่าสำหรับนักธุรกิจนักท่องเที่ยวประเภท B1/B2 จาก 10 ปีลงเหลือเพียง 1 เดือนเท่านั้น แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสหรัฐจากอิทธิพลอันเป็นภัย พร้อมกับระบุว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนพยายามที่จะสร้างอิทธิพลในสหรัฐผ่านการโฆษณาชวนเชื่อ การบีบบังคับทางเศรษฐกิจ และการดำเนินกิจกรรมอันชั่วร้าย กระทรวงต่างประเทศสหรัฐยังระบุด้วยว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 90 ล้านคนยังได้ส่งเจ้าหน้าที่รัฐมายังสหรัฐ เพื่อทำการเฝ้าจับตา ข่มขู่คุกคาม รวมถึงรายงานการดำเนินการของคนจีน และกลุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายจีนอย่างปราศจากความละอาย ด้านกระทรวงต่างประเทศจีนก็ประณามการดำเนินการของสหรัฐทันทีว่า เป็นที่ชัดเจนว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะขยายการเล่นงานจีนโดยกลุ่มต่อต้านจีนสุดโต่งในสหรัฐ ซึ่งดำเนินการทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานอคติทางความคิดและทัศนคติแบบช่วงสงครามเย็นที่ฝังรากลึก —————————————————- ที่มา : มติชนออนไลน์ / 4 ธันวาคม 2563 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_2471383

ศาล รธน.สั่งห้ามคนไม่เกี่ยวข้อง เข้าฟังคำตัดสินคดี ‘บิ๊กตู่’

Loading

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าฟังคำตัดสินคดี “บิ๊กตู่” เปิดช่องยูทูบให้ติดตามแทน พร้อมประกาศกำหนดพื้นที่รักษาความปลอดภัยเต็มพื้นที่อาคารเอ ศูนย์ราชการฯ เมื่อวันนี้ 1 ธ.ค. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่ ในวันพุธที่ 2 ธ.ค. เวลา 15.00 น. นั้น เพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณที่ทำการศาลและเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และเพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ ศาลจึงมีคำสั่งกำหนดบุคคลให้เฉพาะผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง ผู้รับมอบอำนาจ หรือผู้รับมอบฉันทะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เท่านั้นอยู่ในห้องพิจารณาคดีเพื่อรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาล และให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีช่องทางการรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและสื่อมวลชน รวมทั้งออกประกาศศาลรัฐธรรมนูญเรื่องอาณาบริเวณหรือพื้นที่ที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย 2563…

คาร์บอมบ์โจมตีภาคกลางอัฟกานิสถาน เจ้าหน้าที่ดับ 30

Loading

รอยเตอร์ – เกิดเหตุคาร์บอมบ์โจมตีจังหวัดกาซนี( Ghazni) ภาคกลางของอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ 30 นาย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 ราย ยังไม่มีผู้ใดออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบ รอยเตอร์รายงานวันนี้(29 พ.ย)ว่า นายแพทย์ บาซ โมฮัมหมัด เฮหมัด ( Baz Mohammad Hemat) ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจำจังหวัดกาซนี(Ghazni) ภาคกลางของอัฟกานิสถาน กล่าวให้ข้อมูลว่า มีร่างผู้เสียชีวิต 30 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 คน ได้ถูกส่งตัวเข้ามาที่นี่ และชี้ว่า “เหยื่อทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคง” ทั้งนี้พบว่าการระเบิดมีเป้าหมายที่ตั้งของกองกำลังปกป้องสาธารณะซึ่งเป็นปีกของกองกำลังความมั่นคงอัฟกัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผย การโจมตีสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนพลเรือนโดยรอบที่ตั้งกองกำลังปกป้องสาธารณะ พวกเขายังชี้ว่า อาจจะมีตัวเลขสูญเสียที่นั่นเพิ่มมากขึ้น ขณะที่โฆษกกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานได้ออกมายืนยันเหตุโจมตีด้วยคาร์บอมบ์ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดออกมา อย่างไรก็ตามในเวลานี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบ รอยเตอร์รายงานว่า ซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด( Zabihullah Mujahid) โฆษกกลุ่มตอลิบานไม่ได้กล่าวยอมรับหรือปฎิเสธในความรับผิดชอบเมื่อถูกถามทางโทรศัพท์ นอกจากนี้ในวันอาทิตย์(29)ยังเกิดเหตุระเบิดอีกที่ในจังหวัดซาบูล( Zabul)ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน โดยมีเป้าหมายไปที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำจังหวัด แต่ทว่าการโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 คน และบาดเจ็บอีก…

ออสเตรเลียปะทะจีน กรณีโพสต์ปลอมประเด็นอาชญากรรมสงคราม

Loading

Scott Morrison headshot, as Australia Prime Minister, graphic element on gray ความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและจีนตึงเครียดขึ้น หลังรัฐบาลกรุงปักกิ่งทวีตข้อความพร้อมภาพที่กล่าวหาว่าอีกฝ่ายก่ออาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถาน นายกรัฐมนตรี สก็อตต์ มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย เรียกร้องให้รัฐบาลจีนลบทวีตและภาพที่ถูกตัดต่อให้ดูเหมือนว่า นายทหารออสเตรเลียรายหนึ่งทำการฆาตกรรมเด็กคนหนึ่งในอัฟกานิสถาน หลังจากที่มีรายงานออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า กองกำลังพิเศษของออสเตรเลียได้ทำการสังหารผู้คนไปอย่างน้อย 39 รายในประเทศตะวันออกกลางนี้อย่างผิดกฎหมาย รายงานข่าวระบุว่า จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเป็นผู้โพสต์ภาพดังกล่าวพร้อมข้อความที่ระบุว่า “ไม่ต้องกลัว เรามาเพื่อมอบสันติให้ท่าน” สื่อออสเตรเลียรายงานว่า ข้อความและภาพที่ทวีตออกมานี้เป็นการอ้างอิงมาจากข่าวลือที่ไม่มูลและกล่าวหาว่า กองกำลังทหารของออสเตรเลียใช้มีดสังหารวัยรุ่นชาวอัฟกัน 2 ราย ขณะที่ การสอบสวนกรณีนี้ไม่พบหลักฐานว่าเกิดเหตุเช่นนั้นเลย อย่างไรก็ดี การสอบสวนชี้ว่า มี “หลักฐานที่เชื่อถือได้” ว่า กองกำลังออสเตรเลียทำการสังหารผู้คนอย่างผิดกฎหมายจริงในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2005 และ 2016 Chinese Foreign Ministry spokesman Zhao Lijian attends a news…