ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวของ Android ส่งข้อความให้หลายคนรู้ได้ก่อนการสั่นหลายวินาที

Loading

  เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนในย่าน Bay Area ของ San Francisco ได้รับข้อความแจ้งเตือนถึงเหตุแผ่นดินไหวขนาด 4.8 ผ่านทางสมาร์ทโฟน Android ของตนเอง ซึ่งระบุว่า “คุณอาจรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน” และในจำนวนนั้นมีหลายคนที่ได้เห็นข้อความก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจริง   ระบบการแจ้งเตือนแผ่นดินไหวนี้เป็นการทำงานร่วมกันของ Google และ United States Geological Survey (USGS) หน่วยงานด้านการสำรวจและเฝ้าระวังด้านภูมิศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา โดยอาศัยข้อมูลจากระบบ ShakeAlert ของ USGS ซึ่งใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนแล้วประมวลผลก่อนส่งข้อมูลให้ Google กระจายข้อความแจ้งเตือนไปยังประชาชนผ่านอุปกรณ์ Android   ในปัจจุบันเครือข่ายเซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวของ USGS นั้นมีอยู่ราว 1,300 ตัว (ในอนาคต USGS เตรียมจะเพิ่มจำนวนเซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวเป็น 1,675 ตัวภายในปี 2025) ติดตั้งกระจายหลายที่โดยเน้นไปที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวมากกว่าพื้นที่อื่นๆ เซ็นเซอร์เหล่านี้ไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อไหร่หรือที่ไหน แต่มันมีการตรวจจับที่ดีพอจนสามารถรับรู้การสั่นไหวได้ก่อนความรู้สึกของมนุษย์  …

วิเคราะห์สาเหตุโศกนาฏกรรมอิแทวอน และแนวทางรับมือ

Loading

  –   ผู้เชี่ยวชาญชี้เหตุโศกนาฏกรรมอิแทวอนสามารถป้องกันได้ แต่ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดและจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ที่จำกัด   –   แรงบีบอัดจากฝูงชนจำนวนมาก เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ง่าย เพราะแรงบีบอัดดังกล่าวมีพลังมหาศาลมากพอที่จะทำให้แท่งเหล็กหักหรืองอได้ด้วย   –   ล่าสุดผบ.ตร.เกาหลีใต้ยอมรับ ตำรวจบกพร่องในการดูแลและป้องกันเหตุจนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมฮาโลวีนอิแทวอน พร้อมสั่งให้เร่งสืบสวนสาเหตุอย่างเร่งด่วน     เหตุโศกนาฏกรรมอิแทวอนในเกาหลีใต้ สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก จนทำให้หลายประเทศต่างเร่งถอดบทเรียน เพื่อใช้เป็นแนวทางป้องกันเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นที่ใดก็ได้ในโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้สามารถป้องกันได้ แต่ต้องมีการดูแลฝูงชนอย่างใกล้ชิดและต้องจำกัดจำนวนคนในการเข้าไปร่วมงานในพื้นที่ที่จำกัด นอกจากนี้การให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นด้วยเช่นกัน     ศาสตราจารย์ คีธ สติล แห่งมหาวิทยาลัยซัฟฟอร์กของประเทศอังกฤษผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยฝูงชน และเป็นนักวิเคราะห์ความเสี่ยงฝูงชนมานานกว่า 30 ปี ระบุว่าการเคลื่อนที่เพียงแค่เล็กน้อยของฝูงชนที่อัดกันแน่นไปตามตรอกแคบๆ เพียงแค่ 4 เมตร เป็นสาเหตุที่ทำให้ฝูงชนจำนวนมากล้มตามๆ กันเหมือนโดมิโนได้ โดยภายใต้สถานการณ์เช่นนั้นเมื่อมีคนล้มลง ผู้คนต่างก็พยายามที่จะลุกขึ้น ทำให้แขนขาพันกันไปมาและยิ่งเกิดความยากลำบากที่จะลุกขึ้นได้ และเมื่อผ่านไปราว 30 วินาที เลือดจะหยุดไหลไปเลี้ยงสมอง ทำให้หมดสติและตามมาด้วยอาการขาดออกซิเจนภายใน 4 ถึง 6 นาที ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก     ในวันที่เกิดเหตุที่อิแทวอน…

ยุคทอง ’Machine Learning’ จุดเปลี่ยนไอทียุคใหม่

Loading

  รายงาน “Technology Radar” ฉบับล่าสุดโดย “Thoughtworks” บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีชั้นนำคาดการณ์ว่า แมชีนเลิร์นนิงจะมีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเทคโนโลยีไอโอทีและระบบการบริหารจัดการภายในต่าง ๆ   รีเบคกา พาร์สันส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี Thoughtworks ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ Machine Learning (แมชีนเลิร์นนิง) ว่าจากที่เคยต้องใช้ชุดข้อมูลขนาดใหญ่และการเข้าถึงพลังประมวลผลมหาศาลเพื่อจัดการกับปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนนั้น   ขณะนี้ องค์กรด้านไอทีสามารถใช้ประโยชน์จาก Machine Learning ได้เพิ่มขึ้น ทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้ในหลายภาคส่วนมากขึ้น สืบเนื่องมาจากการพัฒนาของเครื่องมือ แอปพลิเคชัน และเทคนิคต่าง ๆ ที่ก้าวหน้าไปอย่างมาก     ท้าทาย การบริหารข้อมูล   ด้วยประสิทธิภาพในการคำนวณที่ดีขึ้นบนอุปกรณ์ทุกขนาดและทุกประเภท รวมทั้งการใช้เครื่องมือแบบ open-source ที่แพร่หลายและใช้งานได้ง่ายขึ้น ได้ส่งผลให้ Machine Learning สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แม้กระทั่งองค์กรที่มีขนาดเล็กมาก   นอกจากนี้ ข้อกำหนด และข้อควรระวังของข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดมากขึ้น ได้ผลักดันให้องค์กรต่างๆ พยายามค้นหาเทคนิค เช่น federated machine learning…

จับตาการโจมตีแบบใหม่ ‘Spear Phishing’

Loading

  การปกป้องและต่อต้าน Spear Phishing เราจำเป็นที่จะต้องให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ในองค์กรทุกคนตระหนักถึงเรื่อง Cybersecurity Awareness   “Spear-Phishing” คือ การโจมตีที่มีเป้าหมายชัดเจน เหล่าบรรดาแฮกเกอร์จะค้นหาข้อมูลของเหยื่อที่เป็นเป้าหมายในหลายหลายช่องทางเพื่อสร้างอีเมล Phishing และแนบมากับอีเมล โดยเนื้อหาในอีเมลจะตรงกับลักษณะกิจกรรมที่เหยื่อกำลังสนใจอยู่   กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือได้ใช้โปรแกรม PuTTY SSH ซึ่งเป็นโปรแกรมลูกข่ายที่ใช้เชื่อมต่อไปยังเครื่องผู้ให้บริการและฝังโทรจันเพื่อติดตั้งแบ็คดอร์บนอุปกรณ์ของเหยื่อ   โดย Mandiant บริษัทข่าวกรองด้านภัยคุกคามได้ตรวจสอบการคุกคามครั้งนี้และได้ระบุว่า แคมเปญใหม่นี้มาจากคลัสเตอร์ภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นซึ่งติดตามภายใต้ชื่อ UNC4034 หรือ เรียกอีกอย่างว่า Temp.Hermit หรือ Labyrinth Chollima ในขณะนี้   วิธีการทำงานของ UNC4034 กำลังพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ โดยกระบวนทำงานคือแฮกเกอร์จะพยายามหลอกล่อให้เหยื่อคลิกไฟล์แบบประเมินงานของ Amazon ซึ่งเป็นไฟล์ปลอมที่สร้างขึ้นจาก Operation Dream Job ที่มีอยู่แล้ว   UNC4034 เลือกใช้วิธีการสื่อสารกับเหยื่อผ่าน WhatsApp และล่อให้เหยื่อดาวน์โหลดแพ็คเกจ ISO ที่เป็นอันตรายเพื่อเสนองานปลอมซึ่งจะนำไปสู่การปรับใช้แบ็คดอร์ AIRDRY.V2 ผ่านโทรจันไปยัง PuTTY…

แม้เปิด 2FA ก็ถูกแฮกบัญชีได้ ด้วยการขโมย “คุกกี้” บนเว็บเบราว์เซอร์

Loading

  คุกกี้ ของหวานของเหล่าแฮกเกอร์ ที่ทำให้บัญชีของคุณถูกแฮกได้ภายในไม่กี่วินาที   การยืนยันตัวตนขั้นที่สอง หรือ Two–Factor Authentication (2FA) คือ หนึ่งในวิธีการที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยแก่บัญชีออนไลน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอีเมลและบัญชีโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม แม้นี่จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่มีวิธีใดที่ป้องกันได้ 100% และคุณยังสามารถถูกแฮกบัญชีได้แม้จะเปิดใช้งาน 2FA แล้ว   แต่แฮกเกอร์เจาะเข้าระบบที่มี 2FA ได้อย่างไร? ในบทความนี้จะขอเตือนภัยผู้อ่านทุกท่าน ถึงวิธีการที่แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลบนโลกออนไลน์ของคุณได้โดยไม่ผ่าน 2FA พร้อมวิธีป้องกันเบื้องต้นที่สามารถทำได้   ที่มาของภาพ Unsplash   รู้จัก Two–Factor Authentication (2FA)   การยืนยันตัวตนขั้นที่สอง หรือ 2FA ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชั้นที่สองให้แก่บัญชีผู้ใช้ของคุณ ซึ่งมักอยู่จะในรูปรหัสผ่านตัวเลขแบบสุ่ม โดยทางแพลตฟอร์มจะส่งรหัสผ่านเหล่านี้มาให้คุณผ่านทางข้อความ SMS, อีเมล หรือใช้รหัสผ่านจากแอปพลิเคชันสร้าง 2FA ที่แพลตฟอร์มรองรับ   ที่มาของภาพ Wiki Commons   ซึ่งรหัสผ่านของ…

ถอดบทเรียนเหยียบกันตาย เอาตัวรอดอย่างไร ถ้าอยู่ในสถานการณ์นี้

Loading

  โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นย่านอิแทวอน แหล่งท่องเที่ยวยามราตรีชื่อดังใจกลางกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ในค่ำคืนวันเสาร์ (29 ต.ค.) หลังจากที่คนนับหมื่นไปรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองวันฮาโลวีน จนเป็นเหตุให้เกิดการเบียดเสียด มีคนเป็นลมล้มพับทับกันจนขาดอากาศหายใจ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 153 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 82 ราย ทำให้บรรยากาศความสุขในเวลาแห่งการเฉลิมฉลองช่วงสิ้นปีกลายมาเป็นความเศร้าสลดไปทั่วโลก   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิแทวอน เป็นโศกนาฏกรรมเหยียบกันตายที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลักร้อยคนเป็นครั้งที่ 2 ในเวลาแค่ 1 เดือน หากยังจำกันได้เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นที่สนามฟุตบอลในอินโดนีเซีย หลังจากที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมฝูงชนที่ก่อจลาจลหลังจบเกมการแข่งขัน ทำให้ผู้ที่อยู่ร่วมในสนามพากันแตกฮือหนีเอาตัวรอดจนเกิดการชุลมุน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 120 ราย   โศกนาฏกรรมใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและเกิดขึ้นในแบบที่เรียกว่าแทบจะไล่เลี่ยกัน ในช่วงเวลาที่โลกเพิ่งจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังทุกอย่างแทบจะหยุดชะงักไปนานกว่า 2 ปีจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความอัดอั้นของผู้คนที่ต้องการความสุขความบันเทิงหลังจากห่างหายมาเป็นเวลานาน และดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวไปอีกต่อไป   หากวันใดวันหนึ่งต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะทำอย่างไร workpointTODAY จะพาไปเข้าใจสาเหตุ และวิธีการเอาตัวรอดถ้าต้องเจอกับสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้   คนตายเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่ใช่ถูกเหยียบ   ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า สาเหตุที่คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เรียกว่า ‘เหยียบกันตาย’ หรือในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Stampede ไม่ได้เกิดจากการเหยียบกันด้วยเท้า…