ผลสอบชี้ไฟไหม้ค่ายผู้อพยพโรฮีนจา มีการวางแผนจงใจก่อวินาศกรรม

Loading

    ทางการบังกลาเทศเผยผลสอบหาสาเหตุของไฟไหม้ครั้งใหญ่ภายในค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองค็อกซ์ บาซาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ ว่าน่าจะมีการวางแผน และจงใจก่อวินาศกรรม   บังกลาเทศเผยผลการสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ค่ายผู้ลี้ภัยค็อกซ์ บาซาร์ ค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในบังกลาเทศ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าน่าจะมีการวางแผนและจงใจก่อวินาศกรรม โดยเพลิงไหม้รุนแรงเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมาได้เผาเพิงพักของผู้ลี้ภัยวอดกว่า 2,800 หลัง ทำให้ผู้อพยพชาวโรฮีนจากว่า 15,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย เคราะห์ดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้     เจ้าหน้าที่ภาครัฐของบังกลาเทศระบุว่าไฟไหม้ครั้งนี้น่าจะเป็นการจงใจวางแผนที่จะลอบวางเพลิงโดยกลุ่มติดอาวุธ เห็นได้จากการเกิดไฟไหม้ในหลายๆ จุดพร้อมกัน จากการสอบถามพยานราว 150 ปาก โดยขณะนี้ทางการกำลังเร่งสอบสวนเชิงลึกเพื่อหาว่ากลุ่มกองกำลังกลุ่มใดที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้   ทั้งนี้ค่ายผู้ลี้ภัยค็อกซ์ บาซาร์ มีผู้อพยพที่ลี้ภัยมาจากเมียนมา อาศัยอยู่มากกว่า 1 ล้านคน โดยเพิงพักส่วนใหญ่ล้วนทำมาจากไม้ไผ่ และผ้าใบพลาสติก โดยการอาศัยอยู่รวมกันแบบแออัด ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย โดยในตอนแรกเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เหตุที่ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วมาจากถังแก๊สในครัวเรือนภายในเขตค่ายที่พักของชาวโรฮีนจา   ในช่วงเดือนมกราคมปี 2021 และธันวาคม 2022 มีรายงานเหตุเพลิงไหม้ในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาถึง 22 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นการลอบวางเพลิง 60 ครั้ง โดยเหตุไฟไหม้ใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมปี…

ข่าวกรองใหม่เผย ฝ่ายสนับสนุนยูเครนอาจมีเอี่ยววินาศกรรมท่อส่งก๊าซ

Loading

    มีข้อมูลใหม่ซึ่งบ่งชี้ว่า ฝ่ายสนับสนุนยูเครนอาจมีส่วนเกี่ยวพันในการก่อวินาศกรรมท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีมเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว   หากใครยังจำกันได้ เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย. 2022 เกิดเหตุ “ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม (Nord Stream)” ซึ่งเป็นท่อส่งก๊าซธรรมชาติหลักจากรัสเซียไปยุโรป เกิดการรั่วไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยข้อมูลในเวลาต่อมาพบร่องรอยวัตถุระเบิดในบริเวณที่ท่อส่งเกิดความเสียหาย และมีข้อยืนยันว่า นี่เป็นการ “ก่อวินาศกรรม”   ล่าสุดสื่อต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของยุโรปและสหรัฐฯ ได้ข้อมูลใหม่ซึ่งบ่งชี้ว่า “ฝ่ายสนับสนุนยูเครนอาจมีส่วนเกี่ยวพันในการก่อวินาศกรรมท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม”     หน่วยข่าวกรองเยอรมันเชื่อว่า ผู้ที่โจมตีท่อส่งก๊าซมีทั้งสิ้น 6 คน โดยพวกเขาใช้เรือยอร์ชที่ว่าจ้างจากบริษัทที่จดทะเบียนในโปแลนด์ และมีพลเมืองยูเครน 2 คนเป็นเจ้าของ   พวกเขาไม่พบหลักฐานใด ๆ ว่าใครเป็นผู้สั่งการ โดยบุคคล 6 คนที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการนำวัตถุระเบิดไปติดตั้งที่จุดเกิดเหตุนี้ประกอบด้วย กัปตันเรือ นักประดาน้ำ 2 คน ผู้ช่วยนักดำน้ำ 2 คน และแพทย์อีก 1 คน และคาดว่าทั้งหกคนใช้หนังสือเดินทางปลอม  …

ยืนยันเป็น “วินาศกรรม” เหตุท่อส่งก๊าซจากรัสเซียไปยุโรปรั่วไหล

Loading

  สวีเดนยืนยัน เหตุท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีมรั่วไหลเมื่อเดือน ก.ย. เป็นการ “ก่อวินาศกรรม” จริง ขณะนี้กำลังพยายามระบุตัวผู้ต้องสงสัย   ช่วงปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนตึงเครียด “ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม (Nord Stream)” ซึ่งเป็นท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังยุโรป เกิดการรั่วไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ และเกิดกับทั้งท่อส่ง นอร์ดสตรีม 1 (NS1) และนอร์ดสตรีม 2 (NS2)   ท่อส่งก๊าซทั้งสองเป็นท่อหลักที่ลำเลียงก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังคลังรับจ่ายก๊าซ (Terminal) ในเยอรมนีเพื่อกระจายต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วยุโรป     ที่ผ่านมาได้มีความพยายามในการสอบสวนมาโดยตลอดว่า นี่เป็นอุบัติเหตุ หรือเป็นการก่อวินาศกรรมโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่   ล่าสุดวันนี้ (18 พ.ย.) อัยการสวีเดนได้เปิดเผยผลการสอบสวนอัปเดตใหม่ว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนพบร่องรอยวัตถุระเบิดในบริเวณที่ท่อส่งนอร์ดสตรีมเกิดความเสียหาย และยืนยันว่า เป็นการ “ก่อวินาศกรรม”   ท่อส่งก๊าซทั้งสองมีรอยรั่วรวม 4 จุด โดยเจ้าหน้าที่ของสวีเดนและเดนมาร์กกำลังตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว เดนมาร์กกล่าวว่า การสอบสวนเบื้องต้นยืนยันได้ว่า การรั่วไหลนี้เกิดจากการระเบิดที่ทรงพลัง  …

โหดจัด! คาร์บอมบ์ 2 ลูกถล่มเมืองหลวง ‘โซมาเลีย’ ตายเกลื่อนกว่า 100 ศพ-เจ็บอีก 300 คน

Loading

  เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ 2 ครั้งที่ด้านนอกกระทรวงศึกษาธิการในกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของโซมาเลีย ซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดที่มีคนพลุกพล่าน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน บาดเจ็บอีกราว 300 คน ขณะที่ประธานาธิบดีคาดตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีก   เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (29 ต.ค.) และถือเป็นการก่อวินาศกรรมครั้งรุนแรงที่สุด ถัดจากกรณีที่คนร้ายเคยใช้รถบรรทุกระเบิดโจมตีสี่แยกแห่งเดียวกันนี้เมื่อเดือน ต.ค. ปี 2017 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 500 คน   คนร้ายกดชนวนคาร์บอมบ์ลูกแรกเมื่อเวลา 14.00 น. และตามมาด้วยลูกที่ 2 ภายในเวลาไม่กี่นาที หลังจากที่รถพยาบาลหลายคันเดินทางมาถึง และมีคนจำนวนมากเข้าไปรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ   โมฮาเหม็ด โมอาลิม เจ้าของร้านค้าเล็กๆ ใกล้สี่แยก เล่าว่า ฟาร์เดาซา ภรรยาของเขาซึ่งเป็นแม่ของลูก 6 คน รีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บหลังเกิดระเบิดลูกแรก   “พวกเราห้ามเธอไม่ทัน” เขากล่าว “เธอถูกระเบิดลูกที่สองเสียชีวิต”   ประธานาธิบดี ฮัสซัน ชัยค์ โมฮาหมุด ระบุว่า…

‘เซเลนสกี’ โวยรัสเซียจ้อง ‘ระเบิดเขื่อน’ เสี่ยงทำภาคใต้ยูเครนน้ำท่วมใหญ่ จี้ตะวันตกลงโทษเทียบเท่าใช้ ‘นิวเคลียร์-อาวุธเคมี’

Loading

  ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนเรียกร้องให้ชาติตะวันตกช่วยยับยั้งรัสเซียไม่ให้ระเบิดทำลายเขื่อนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ภาคใต้ยูเครนต้องเผชิญ “น้ำท่วม” ครั้งใหญ่ ขณะที่กองกำลังเคียฟเตรียมรุกคืบขับไล่ทหารรัสเซียออกจากภูมิภาคเคียร์ซอน (Kherson)   เซเลนสกี แถลงผ่านสื่อโทรทัศน์วานนี้ (20 ต.ค.) ว่า กองทัพรัสเซียได้วางทุ่นระเบิดเอาไว้ภายในเขื่อนโนวาคาคอฟกา (Nova Kakhovka ) ซึ่งกั้นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และมีแผนที่จะระเบิดทำลายมันทิ้ง   “ตอนนี้ทุกคนทั่วโลกต้องร่วมมืออย่างแข็งขันเพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียก่อการร้ายครั้งใหม่ เพราะการทำลายเขื่อนแห่งนี้ย่อมหมายถึงหายนะในวงกว้าง” ผู้นำยูเครนกล่าว   รัสเซียเคยออกมากล่าวหายูเครนว่ายิงจรวดโจมตี และวางแผนที่จะทำลายเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยูเครนชี้ว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามอสโกกำลังคิดที่จะระเบิดเขื่อน และโยนความผิดให้เคียฟ   แม่น้ำดนีโปร (Dnipro) ซึ่งแบ่งยูเครนออกเป็น 2 ส่วนมีความกว้างหลายกิโลเมตร ในบางจุด และการระเบิดทำลายเขื่อนโนวาคาคอฟกาจะส่งผลให้มีมวลน้ำมหาศาลไหลหลากเข้าท่วมชุมชนที่อยู่เบื้องล่าง รวมถึงเมืองเคียร์ซอนซึ่งกองกำลังยูเครนตั้งเป้าว่าจะต้องยึดคืนจากรัสเซียให้ได้ นอกจากนี้ ยังจะส่งผลกระทบต่อระบบคลองชลประทานที่หล่อเลี้ยงพื้นที่ภาคใต้ของยูเครน ตลอดจน “คาบสมุทรไครเมีย” ซึ่งรัสเซียใช้กำลังผนวกไปเมื่อปี 2014   เซเลนสกี เรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกประกาศชัดเจนว่า การระเบิดทำลายเขื่อนมีค่าเท่ากับ “การใช้อาวุธทำลายล้างสูง” และจะต้องได้รับบทลงโทษเช่นเดียวกับในกรณีที่รัสเซียใช้ “ระเบิดนิวเคลียร์” หรือ “อาวุธเคมี”…

ตั้งข้อหาวัยรุ่นเยอรมนีวางแผน ‘ระเบิดโรงเรียน’

Loading

  อัยการเยอรมนีตั้งข้อหาวัยรุ่นชาย อายุ 17 ปี วางแผนระเบิดโรงเรียนเมื่อเดือนพ.ค. แต่ป้องกันเหตุได้ทันเมื่อเจ้าตัวถูกจับก่อนก่อเหตุหนึ่งวัน   สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานแถลงการณ์อัยการ ผู้ต้องสงสัยชื่อ นายเจเรมี อาร์ อายุ 16 ปี ขณะก่อเหตุได้แรงบันดาลใจจากฝ่ายขวาสุดโต่งวางแผนใช้ระเบิด และอาวุธหลายชนิดโจมตีโรงเรียนที่เขาเรียนอยู่ในเมืองเอสเซนในวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งจะคร่าชีวิตครู และนักเรียนได้จำนวนมาก ผู้ต้องสงสัยได้วัตถุสำคัญเพื่อนำมาประกอบไปป์บอมบ์ และเรียนรู้วิธีการประกอบระเบิดจากอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้เขายังประกอบอาวุธจำพวกมีด สนับมือ มีดขนาดใหญ่ หน้าไม้ ธนู และปืนด้วย   อย่างไรก็ตาม ตำรวจเมืองเอสเซน บุกเข้าไปในห้องของเขาเมื่อคืนวันที่ 12 พ.ค.พบเนื้อหาต่อต้านยิว และอิสลาม และงานเขียนของตนเองที่ชี้ว่ามีปัญหาทางจิตอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่สืบสวน สอบสวนเผยในเวลานั้นว่า ได้เบาะแสจากวัยรุ่นอีกคนว่าเด็กหนุ่มคนนี้ “ต้องการวางระเบิดที่โรงเรียน” ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านราว 800 เมตร   การสังหารหมู่ในโรงเรียนไม่ค่อยเกิดขึ้นในเยอรมนี ประเทศที่มีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป แต่ระยะหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนไปทั้งประเทศ   ไม่กี่วันหลัง นายเจเรมี อาร์ถูกจับกุม มือปืนวัย 21…