ฝรั่งเศสระทึก อพยพคนจากหอไอเฟล หลังโดนขู่วางระเบิด

Loading

  ตำรวจฝรั่งเศสดำเนินการอพยพผู้คนออกจากหอไอเฟลและพื้นที่โดยรอบ หลังมีการขู่วางระเบิด และต้องปิดหอเพื่อตรวจสอบนานหลายชั่วโมง   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศฝรั่งเศสต้องอพยพผู้คนออกมาจากทั้ง 3 ชั้นของหอไอเฟล ในกรุงปารีส รวมถึงจากลานโดยรอบ และต้องเปลี่ยนเส้นทางสัญจรของรถยนต์ เมื่อเวลาประมาณ 12.15 น. วันเสาร์ที่ 12 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น หลังจากมีการขู่วางระเบิด   ตำรวจตั้งแนวกั้นรักษาความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว ในขณะทีมเก็บกู้ระเบิดถูกส่งมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ก่อนจะยกเลิกการเฝ้าระวังในเวลา 15.30 น. และเปิดให้ผู้คนเข้าพื้นที่หอไอเฟลอีกครั้ง   บริษัท SETE ซึ่งเป็นบริหารหอไอเฟล บอกกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการตามปกติเมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย   ทั้งนี้ ครั้งล่าสุดที่ตำรวจฝรั่งเศสต้องอพยพผู้คนและปิดหอไอเฟลเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2563 หลังมีสายนิรนามโทรศัพท์หาตำรวจและขู่ระเบิดตัวเองที่หอคอยแห่งนี้ ขณะที่ในปี 2562 ก็เกิดการอพยพหอไอเฟลเช่นกัน หลังพบว่ามีชายคนหนึ่งพยายามปีนหอจากด้านนอก     ที่มา : euronews      …

ไนเจอร์ประกาศปิดน่านฟ้า ชี้มีสัญญาณ “การรุกรานจากภายนอก”

Loading

  คณะรัฐประหารไนเจอร์ปิดน่านฟ้า โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “ความเสี่ยงของการบุกรุกจากภายนอก” ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด จากการรัฐประหาร ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนที่แล้ว   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนีอาเม ประเทศไนเจอร์ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่า สภาแห่งชาติเพื่อการพิทักษ์มาตุภูมิ หรือคณะรัฐประหารไนเจอร์ ออกแถลงการณ์ เมื่อวันอาทิตย์ ประกาศคำสั่ง “ปิดน่านฟ้าอย่างไม่มีกำหนด” โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “ความเสี่ยงของการรุกรานจากภายนอก” พร้อมทั้งเตือนว่า “จะตอบสนองอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ” ต่อความพยายามของฝ่ายใดก็ตาม ที่มุ่งหวังละเมิดน่านฟ้าของไนเจอร์   ทั้งนี้ ไนเจอร์ซึ่งเป็นประเทศซึ่งเคยอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส เผชิญกับการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นการโค่นอำนาจประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม ซึ่งชนะการเลือกตั้ง เมื่อเดือน เม.ย. 2564   Niger’s junta partially closed the country’s airspace, warning of an attack by a “foreign…

อิทธิพลแดนน้ำหอมตกต่ำ! ฝูงชนไนเจอร์บุก “สถานทูตฝรั่งเศส” โบกธงรัสเซีย-สรรเสริญปูตินกลางกรุง คณะรัฐประหารอ้างซ้ำ “มาครง” กำลังวางแผนโจมตีเพื่อช่วย “ปธน.บาซูม”

Loading

  เอเอฟพี/เอเจนซีส์/รอยเตอร์/MGRออนไลน์ – กลุ่มทหารรัฐประหารไนเจอร์อ้างวันจันทร์ (31 ก.ค.) ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโมฮัมหมัด บาซูม ไฟเขียวให้ฝรั่งเศสลงมือโจมตีปล่อยตัวผู้นำไนเจอร์ให้เป็นอิสระ เกิดขึ้นหลังฝูงชนไนเจอร์รวมตัวบุกสถานทูตฝรั่งเศสในประเทศ เผาธงชาติแดนน้ำหอมแสดงความไม่พอใจ ระหว่างบางส่วนโบกธงชาติรัสเซียประกาศสนับสนุนประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน กลางกรุงนีอาเม วันอาทิตย์ (30 ก.ค.)   เอเอฟพีรายงานวันนี้ (31 ก.ค.) ว่า พ.อ.อมาดู อับดรามาเน (Amadou Abdramane) อ้างว่า ฝรั่งเศสกำลังวางแผนเพื่อเข้ามาแทรกแซงไนเจอร์   “ในการค้นหาหนทางและวิธีเพื่อการเข้าแทรกแซงทางการทหารในไนเจอร์ ซึ่งฝรั่งเศสสมคบคิดกับชาวไนเจอร์บางคนประชุมหารือกับหัวหน้าคณะเนชันแนลการ์ดไนเจอร์เพื่อรับการอนุมัติทางการเมืองและการทหาร”   นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยต่อว่า มีผู้บาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจำนวน 6 คน เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานทูตฝรั่งเศสยิงแก๊สน้ำตาใส่ฝูงชนกลุ่มผู้ประท้วง   คณะรัฐประหารไนเจอร์ได้ออกมาอ้างว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโมฮัมหมัด บาซูม แอบไฟเขียวให้ฝรั่งเศสลงมือโจมตีปล่อยตัวผู้นำไนเจอร์ให้เป็นอิสระ   เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ของฮ่องกงรายงานว่า อย่างไรก็ตามมีรายงานการพบเห็นประธานาธิบดีบาซูมอยู่ในประเทศชาด   ในคำแถลงทางโทรทัศน์ อับดรามาเน กล่าวว่า การอนุมัติลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศไนเจอร์ ฮัสซูมี มัสซูดู…

ร.ศ. 112 ฝรั่งเศสมีสายลับอยู่ในป้อมพระจุลฯ หรืออย่างไร ได้แปลนป้อมไทยจากไหน?

Loading

เรือรบฝรั่งเศสสามลำจอดทอดสมอคุมเชิงอยู่ด้านหน้าสถานทูตฝรั่งเศส ในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112   จากการศึกษาตามบันทึกและปูมเรือของฝรั่งเศสในช่วงก่อนการเข้าตีฝ่าปากน้ำเจ้าพระยานั้น จะพบข้อมูลที่เรือลูแตงของฝรั่งเศสได้พยายามมาจอดบริเวณปากน้ำ หลังจากเข้ามาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม และไม่ยอมถอนออกไปตามกำหนดวันที่ 21 มีนาคม รวมทั้งยังแอบสังเกตการณ์ในวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทางชลมารค และขึ้นตรวจการก่อสร้างที่ ป้อมพระจุลฯ ในวันที่ 10 เมษายน ร.ศ. 112 อย่างใกล้ชิด และยังติดตามดูการเสด็จตรวจป้อมผีเสื้อสมุทรด้วย   ที่น่าสังเกตก็คือ ในเที่ยวเรือนี้ เรือลูแตงได้นำผู้บัญชาการสถานีทหารเรือไซ่ง่อนเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วย จนหลังการเสด็จตรวจป้อมเมื่อวันที่ 10 เมษายน แล้ว วันที่ 11 เมษายน เรือโคแมตที่ฝ่ายสยามไม่ยอมให้ขึ้นไปจอดที่กรุงเทพฯ (เพราะเรือลูแตงยังไม่ถอนออกไป) จึงได้จอดรออยู่ที่สมุทรปราการ และรับ ผบ. สถานีทหารเรือไซ่ง่อนถ่ายลำจากเรือลูแตงกลับไปด้วย ซึ่งน่าจะเป็นที่เข้าใจว่านายทหารระดับบัญชาการท่านนี้ได้มาหาข่าวและเตรียมการที่บุกไว้ก่อนที่จะกลับไปกำหนดแผนบุกในขั้นรายละเอียด (มีการตรวจดูพื้นที่เกาะเสม็ดและบริเวณใกล้เคียง ในระหว่างการเดินเรือช่วงเดือนมีนาคม – กรกฎาคม พ.ศ. 2436 ด้วย)   การพยายามบันทึกที่หมายทางเรือ และตำแหน่งเสาธงของป้อมผีเสื้อสมุทร ที่ได้มีการก่อสร้างปรับปรุงเพื่อเตรียมการติดตั้งปืนเสือหมอบแบบเดียวกับของป้อมพระจุลฯ ในขณะวิ่งเรือผ่าน…

ช็อก!! ส่ง “นิ้วมือมนุษย์” ไปให้ “มาครง” ถึงทำเนียบทางไปรษณีย์ มหาดไทยน้ำหอมส่งตำรวจกว่า “4 หมื่น” รักษาความปลอดภัยวันชาติฝรั่งเศสอารักขา “โมดี” แขกคนสำคัญ

Loading

  เอเจนซีส์ – ท่ามกลางความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมากถึง 45,000 นาย เพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดในวันชาติฝรั่งเศสที่ 14 ก.ค. หรือวันนี้ (14 ก.ค.) ซึ่งมีนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียเป็นแขกคนสำคัญ ซึ่งจะมีการหารือที่ทำเนียบก่อนดินเนอร์ทางการาสุดหรูภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หลังนิวเดลียอมทุ่มอนุมัติซื้อเครื่องบินรบราฟาเอล 26 ลำ และเรือดำน้ำฝรั่งเศสอีก 3 ลำ แต่ทว่าในวันจันทร์ (10 ก.ค.) ต้นสัปดาห์ กลับพบว่าผู้นำฝรั่งเศสได้รับพัสดุนิ้วมือมนุษย์ที่ถูกตัดส่งมาให้ที่ทำเนียบทางไปรษณีย์โดยที่ไม่ทราบเหตุผล   เดอะมิร์เรอร์ของอังกฤษ รายงานวานนี้ (13 ก.ค.) ว่า มีการส่งนิ้วมือที่ถูกตัดออกจากคนที่ยังมีชีวิตส่งผ่านไปรษณีย์ไปถึงประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุเอล มาครง ถึงทำเนียบปาแลเดอเลลีเซ ในวันจันทร์ (10) สร้างความแตกตื่นไปทั่ว   และพบว่าตำรวจแดนน้ำหอมได้นำนิ้วมือมนุษย์ที่ถูกตัดแช่เก็บไว้ในตู้เย็นเก็บของว่างสำหรับตำรวจเพื่อทำให้นิ้วมือไม่เน่าและสามารถเป็นหลักฐานในการสอบสวนได้ในภายหลัง   แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบฝรั่งเศสเปิดเผยว่า “นิ้วมือนี้ในตอนแรกถูกเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นตำรวจที่ใช้เก็บอาหารว่างของพวกเขา” และเสริมว่า “เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะเป็นการรักษาและสามารถทำการวิจัยได้โดยไว”   ทั้งนี้ ในการตรวจสอบที่ผลเปิดเผยภายหลังสามารถระบุว่านิ้วมือที่ถูกตัดเป็นของ “คนที่ยังมีชีวิต” ที่ได้ถูกติดต่อและได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเต็มที่ อ้างอิงจากแหล่งข่าว   แต่เป็นที่น่าฉงนว่าในแพกเกจที่ส่งนิ้วมือมาให้มาครงนี้กลับไม่มีสารหรือจดหมายใด…

การเผชิญหน้า ‘จลาจล-ประท้วง-เสรีภาพ’ ของผู้นำหนุ่ม ในยุค ‘วิกฤติเศรษฐกิจ-โซเชียลกำหนดวิธีคิด’ ให้ผู้คนลุกฮือ

Loading

  ไม่นานมานี้ YouTube ช่อง ‘Kim Property Live’ ได้โพสต์คลิป เล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ การประท้วง การจลาจล ในประเทศฝรั่งเศส โดยได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า …   วันนี้จะมาชวนคุยเกี่ยวกับประเทศฝรั่งเศส การประท้วง การจลาจล การต่อต้านและความไม่สงบ ภายใต้บริบทของประเทศคิดที่มีความหลากหลาย และสร้างสรรค์ รวมทั้งเป็นเจ้าของแบรนด์หรู ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งวันนี้ต้องเผชิญความท้าทายจากอำนาจของประชาชนภายใต้อิทธิพลสื่อที่ผู้นำหนุ่มแห่งฝรั่งเศสกำลังปวดหัว   โดยเราต้องทำความเข้าใจ เกี่ยวกับรากเหง้าและวัฒนธรรมการประท้วงของฝรั่งเศสกันก่อน ประเทศของเขามีการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปีค.ศ 1789 ซึ่งเป็นการปฏิวัติฝรั่งเศส และนี่ก็คือเอกลักษณ์ของทางประเทศฝรั่งเศส ที่เกี่ยวกับ เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ ประเทศฝรั่งเศสมีการนัดกันหยุดงานและประท้วงกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพลักษณ์ของประชากรในฝรั่งเศสเป็นคนที่ดูเข้มแข็ง และกล้าท้าทายต่ออำนาจ คนในฝรั่งเศสนั้นมีความรู้ มีการศึกษาค่อนข้างดี และก็ยังมีส่วนร่วมทางการเมืองที่เยอะอีกด้วย อีกทั้งทางด้านสหภาพแรงงานก็เข้มแข็ง ทำให้เกิดการประท้วง ทั้งในฝั่งของคนทำงานและบริษัท จึงทำให้เราเห็นภาพที่วุ่นวาย   อย่างไรก็ตาม ประเทศฝรั่งเศสนั้น ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว มีสินค้าแบรนด์ดัง แบรนด์หรูที่โด่งดังไปทั่วโลกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น หลุยส์วิตตอง…