คิมพบปูตินสำคัญอย่างไร ทำไมสหรัฐฯ-ชาติตะวันตกต้องกังวล
คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางเยือนรัสเซียพบปะประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และหารือกันเรื่องความร่วมมือทางทหาร สร้างความกังวลอย่างมาแก่ชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ
คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางเยือนรัสเซียพบปะประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และหารือกันเรื่องความร่วมมือทางทหาร สร้างความกังวลอย่างมาแก่ชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ
สหรัฐฯ ออกมาตรการลงโทษชุดใหม่ต่อธุรกิจและบุคคลกว่า 150 แห่ง/คนในรัสเซีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และจอร์เจีย ตามแผนงานปราบปรามความพยายามหลบหลีกการควบคุมและจำกัดการค้าต่าง ๆ ที่มีจุดประสงค์เพื่อปิดกันการระดมทุนสนับสนุนการทำสงครามในยูเครนโดยรัสเซียที่ดำเนินมากว่า 19 เดือนแล้ว
วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียลงนามกฤษฎีกา เรียกร้องให้ทหารรับจ้างของรัสเซียทุกคนสาบานตนว่าจะภักดีต่อประเทศ ไม่กี่วันหลังจากหัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ เครื่องบินตกเสียชีวิต สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกกฤษฎีกาเมื่อวันศุกร์ที่ 25 ส.ค. 2566 เรียกร้องให้ลูกจ้างของบริษัททหารรับจ้าง วากเนอร์ รวมถึง ทหารสัญญาจ้างเอกชนของรัสเซียทุกคน ต้องกล่าวคำปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อประเทศ โดยให้มีผลในทันที กฤษฎีกาดังกล่าวจะมีผลต่อทุกคนที่ร่วมทำกิจกรรมทางทหารในยูเครน ช่วยเหลือกองทัพ และรับใช้กองกำลังป้องกันดินแดน ความเคลื่อนไหวของปูตินเกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังจาก นายเยฟเกนี ปริโกซิน ผู้ก่อตั้งบริษัท วากเนอร์ กรุ๊ป เสียชีวิตในเหตุเครื่องบินตกทางเหนือของกรุงมอสโก พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรืออีก 9 ราย โดยนักวิเคราะห์มองว่า นี่เป็นความพยายามล่าสุดเพื่อควบคุมกลุ่มวากเนอร์ในแน่นขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุกบฏเหมือนเมื่อเดือนมิถุนายนอีก อีกด้านหนึ่ง กลุ่มทหารรับจ้างขวาจัดในบริษัทวากเนอร์ ชื่อว่า ‘รูสิช’ (Rusich) ออกมาประกาศในวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. ว่า พวกเขากำลังยุติปฏิบัติการทางทหารในยูเครน และกล่าวหากระทรวงต่างประเทศรัสเซียว่า…
อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยงานป้องกันกลางเปิดเผยเรื่องราวการหลบหนีออกจากประเทศหลังทนไม่ไหวกับสงครามยูเครน พร้อมเรื่องเล่าเกี่ยวกับปูติน นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนเมื่อเดือน ก.พ. 2022 มีชาวรัสเซียหลายคนที่ตัดสินใจหลบหนีออกจากประเทศตัวเอง อาจจะด้วยเหตุผลเพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร เพื่อหนีจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ หรืออาจจะลี้ภัยเพื่อความปลอดภัย โดยจากการประเมินเชื่อว่ามีชาวรัสเซียมากถึง 900,000 คนที่หนีออกจากประเทศตัวเอง ที่น่าสนใจคือ ในจำนวนชาวรัสเซียที่หลบหนีออกมา มีส่วนเล็ก ๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วย หนึ่งในนั้นคือ “เกล็บ คาราคูลอฟ” วิศวกรผู้ตัดสินใจหอบภรรยาและลูกหลบหนีไปยังตุรกี แต่คาราคูลอฟไม่ใช่ผู้แปรพักตร์ธรรมดา เพราะเขายังมีสถานะเป็นถึง “เจ้าหน้าที่หน่วยงานป้องกันกลาง (FSO)” ของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานย่อยของหน่วยความมั่นคงกลางรัสเซีย โดยเป็นผู้รับผิดชอบด้านการสื่อสาร ซึ่งรู้รายละเอียดในชีวิตของปูตินและข้อมูลที่อาจเป็นความลับ คาราคูลอฟหนีไปยังตุรกีเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2022 พร้อมกับภรรยาและลูกสาว เขาปิดโทรศัพท์เพื่อปิดกั้นข้อความที่ส่งมาหาเขาด้วยความเกรี้ยวกราด คาราคูลอฟเล่าว่า เขาตัดสินใจออกมา เพราะเขาต่อต้านการรุกรานยูเครน รวมกับความกลัวที่จะตาย ทำให้เขาต้องออกมา และเลือกที่จะออกมาพูดแม้ว่าจะมีความเสี่ยงต่อตัวเขาเองและครอบครัวก็ตาม เขาบอกว่า เขาหวังว่าตัวเองจะเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวรัสเซียคนอื่น ๆ ออกมาพูดเช่นกัน…
Ukraine Russia เมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศใช้กฎอัยการศึกในดินแดนสี่แห่งของยูเครนที่รัสเซียเข้ายึดและอ้างว่าเป็นดินแดนของตน แม้รัสเซียจะเข้ายึดเขตปกครองดอแนตสก์ ลูฮันสก์ เคอร์ซอน และซาปอริห์เชีย เพียงฝ่ายเดียว และไม่ได้มีอำนาจควบคุมพื้นที่เหล่านี้อย่างเต็มที่ แต่รัสเซียก็ประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่เหล่านี้ เสมือนว่าเป็นพื้นที่ของตน กฎหมายที่มีมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2002 นี้ ไม่เคยถูกประกาศใช้มาก่อน และจะถูกใช้ได้ก็ต่อเมื่อรัสเซียเผชิญการรุกราน หรือ”ภัยต่อการถูกรุกรานแบบฉับพลัน” รอยเตอร์ประเมินเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นหลังผู้นำรัสเซียประกาศใช้กฎอัยการศึกดังต่อไปนี้ การระดมพล กฎอัยการศึกของรัสเซียกำหนดให้มีการระดมกำลังพลโดยทั่วไปหรือระดมกำลังพลบางส่วน อย่างไรก็ตาม รัสเซียได้เริ่มระดมพลบางส่วนแล้วทั้งในประเทศ และในดินแดนของยูเครนที่รัสเซียยึดครอง ดังนั้น จึงยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ารัสเซียจะเรียกระดมพลเพิ่มหรือไม่ กฎอัยการศึกมอบอำนาจให้ทางการรัสเซียประกาศใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อ “สนองความต้องการของกองกำลังติดอาวุธรัสเซีย” และเพื่อ “ปกป้องดินแดน” วิตาลี คิม ผู้ว่าการแคว้นมีโคลาอีฟทางตอนใต้ของยูเครน ระบุว่า เขาเชื่อว่ารัสเซียประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้รัสเซีย “ระดมกำลังจากประชาชนของเราที่ยังเหลืออยู่” ในดินแดนของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง ทั้งนี้ การบังคับให้พลเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลังของฝั่งที่เข้ายึดครอง…
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว