บริษัททั่วโลกอ่วม ถูกแก๊งมิจฉาชีพใช้ “Deepfake” ตุ๋นเงินหลายล้านดอลลาร์
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้ออกโรงเตือนว่าสถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ เนื่องจากแก๊งอาชญากรใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) ในการฉ้อโกง
องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน
สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
secnia@nia.go.th
02-2797180 ต่อ 7310
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้ออกโรงเตือนว่าสถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ เนื่องจากแก๊งอาชญากรใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) ในการฉ้อโกง
รายงานผลสำรวจจากเว็บไซต์ข้อมูลระบุชุดตัวเลขรหัส PIN ที่มีคนนิยมใช้มากที่สุด และมีความเสี่ยงสูงต่อการโดนแฮ็กข้อมูล
ปัจจุบัน อาชญากรไซเบอร์มักหลอกล่อให้ผู้ใช้งานวางใจและขโมยข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างมากเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชั่วร้าย เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่ได้เห็นว่า การหลอกลวงทางโทรศัพท์กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว การโจมตีแบบ “ฟิชชิง (Phishing)” กลายเป็นภัยร้ายในยุคดิจิทัล… บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวในรายงาน “CyberArk Identity Security” โดย “ไซเบอร์อาร์ก” ผู้ให้บริการด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ชั้นนำว่า มัลแวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นความเสี่ยงลำดับอันดับต้นๆ ที่พบในองค์กรในปี 2566 ลิ้ม เทค วี รองประธานประจำภูมิภาคอาเซียน ไซเบอร์อาร์ก เผยว่า ประเด็นหนึ่งที่กังวลก็คือ มีการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในแชทบอทเพื่อโจมตีแบบฟิชชิง รวมถึงในปีนี้องค์กรเกือบทั้งหมด หรือกว่า 99.9% อาจพบกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล สาเหตุสำคัญเป็นผลมาจากการนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้มากขึ้น ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ และการลดค่าใช้จ่ายเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่ถดถอย สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนับว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล องค์กรจึงต้องรีบดำเนินการก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป โดยเฉพาะเรื่องของการวางกลยุทธ์ เทคนิค และขั้นตอนที่สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันฟิชชิงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ “วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการฟิชชิงแบบทั่วไป” ทีมรักษาความปลอดภัยไม่สามารถพึ่งพาแค่กลยุทธ์เดียวได้ ด้วยผู้โจมตีสามารถหาวิธีหลบหลีก ดังนั้นจึงต้อง “ใช้แนวทางแบบเป็น…
ปัจจุบันอัตราการใช้สมาร์ตโฟนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตโดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการเปิดเผยให้เห็นแนวโน้มของปริมาณ การซื้อขายแอปพลิเคชัน (app) ปลอมบน Google Play และ App Store ที่ออกแบบมาเพื่อหลอกผู้ใช้งาน
จากสัปดาห์ที่แล้วที่ผมได้อธิบายถึงหลักการสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์และเทคนิคการทำงานของแก๊ง “GoldFactory” กันในรูปแบบต่างๆ ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกันนะครับ
แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเหตุการณ์การโจมดีด้วย “แรนซัมแวร์” อยู่อย่างต่อเนื่องแต่อัตราการจ่ายเงินค่าได้กลับไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จากรายงานของ Coveware บริษัทรับเจรจาเรื่อง แรนซัมแวร์ (Ransomware) พบว่า จำนวนเหยื่อแรนซัมแวร์ที่จ่ายค่าไถ่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 29% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 แนวโน้มนี้ได้ปรากฏชัดเจนอย่างมากในช่วงกลางปี 2021 เมื่ออัตราการจ่ายเงินลดลงเหลือ 46% หลังจากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 85% ในปี 2019 สำหรับสาเหตุของการลดลงอย่างต่อเนื่องนี้มีหลายแง่มุม ส่วนหนึ่งเพราะมีการเตรียมพร้อมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นขององค์กรต่างๆ บวกกับการไม่ไว้วางใจต่ออาชญากรไซเบอร์ที่สัญญาว่าจะไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกขโมย รวมไปถึงความกดดันทางกฎหมายในบางภูมิภาคที่ระบุว่า การจ่ายเงินค่าไถ่เป็นสิ่งผิดกฎหมายเลยทำให้ไม่เพียงแต่จำนวนเหยื่อที่จ่ายค่าไถ่แรนซัมแวร์ลดลงแต่ยังรวมถึงจำนวนเงินค่าไถ่ด้วย การจ่ายค่าไถ่ในโตรมาสที่ 4 ปี 2023 มีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 568,705 ดอลลาร์ ลดลง 33% จากไตรมาสก่อน ขณะที่การจ่ายค่าไถ่เฉลี่ยอยู่ที่ 200,000 ดอลลาร์ หากพิจารณาเฉพาะองค์กรที่ตกเป็นเหยื่อจะเห็นว่า มีจำนวนลดลงในไตรมาสที่ 4 ปี 2023 เช่นกัน ซึ่งสวนทางกับไตรมาส 2 ปี 2565…
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว