สังคมโลก : ปฏิญญาวอชิงตัน

Loading

    รัฐบาลโซลและรัฐบาลวอชิงตัน ประกาศร่วมกัน ว่าหากเกาหลีเหนือใช้อาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐ หรือพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ มันจะเป็น “จุดจบ” ต่อระบอบการปกครองของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ   คำขู่รุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้น ระหว่างประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ เยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเขาและประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ หารือเกี่ยวกับการยกระดับเกราะป้องกันด้านความมั่นคงของสหรัฐสำหรับเกาหลีใต้ ในการเผชิญกับการทดสอบขีปนาวุธที่เพิ่มขึ้นของเกาหลีเหนือ   อนึ่ง “ปฏิญญาวอชิงตัน” จะส่งเสริมสิ่งที่เรียกว่า “ร่มนิวเคลียร์” หรือการที่สหรัฐให้หลักประกันการป้องกันอาวุธนิวเคลียร์แก่เกาหลีใต้, ส่งเรือดำน้ำติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีพลังงานนิวเคลียร์ (เอสเอสบีเอ็น) มาติดตั้งบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1980 และมาตรการอื่น ๆ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติมในเหตุการณ์การโจมตีของเกาหลีเหนือ   ทว่าสหรัฐยืนยัน ยังไม่มีแผนที่จะนำอาวุธนิวเคลียร์ กลับเข้ามาประจำการในเกาหลีใต้แต่อย่างใด และนักวิเคราะห์บางคนยังสงสัยใน “คุณค่าทางปฏิบัติ” ของปฏิญญาฉบับนี้อีกด้วย   ยุนพยายามสร้างความมั่นใจให้ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งมีความวิตกกังวลมากขึ้น เกี่ยวกับความมุ่งมั่นของสหรัฐต่อสิ่งที่เรียกว่า “การป้องปรามที่ขยายวงกว้างขึ้น” ว่าทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐ รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ จะปกป้องเกาหลีใต้จากการโจมตี “ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง”    …

เกาหลีเหนือยัน ข้อตกลงสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ‘ยกระดับความตึงเครียด’

Loading

    เกาหลีเหนือออกโรงวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่จะเปิดทางให้กรุงวอชิงตันส่งเจ้าหน้าที่และยุทโธปกรณ์เข้ามาในคาบสมุทรเกาหลี ว่าเป็นชนวนที่ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ยกระดับขึ้นจน “เข้าใกล้การเกิดสงครามนิวเคลียร์” แล้ว ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่อ้างข้อมูลจากสื่อ KCNA ของกรุงเปียงยางในวันจันทร์   ระหว่างที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดียูน ซุก ยอล ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่กรุงวอชิงตัน ผู้นำสหรัฐฯ ได้ให้สัญญาว่า จะเปิดทางให้กรุงโซลได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแผนการด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือ ขณะที่ หลายฝ่ายมีความวิตกกังวลมากขึ้นต่อการเผชิญหน้าระหว่างโครงการพัฒนาอาวุธของกรุงเปียงยางและศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอเมริกา   ทั้งนี้ สองผู้นำได้ตกลงที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความสามารถด้านกลาโหมของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ จะนำส่งปัจจัยทางยุทธศาสตร์ของตนมาให้อย่างสม่ำเสมอ โดยภายใต้คำสัญญานี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ จะส่งเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธวิถีโค้งมายังเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1980 ด้วย   สื่อ KCNA รายงานโดยอ้างอิงความเห็นของ เช จู ฮยอน นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศว่า ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้แสดงให้เห็นถึงความสมัครใจของพันธมิตรทั้งสองที่จะ “ดำเนินการอุกอาจและเป็นปฏิปักษ์อย่างที่สุด” ต่อเกาหลีเหนือ   รายงานข่าวนี้ยังระบุด้วยว่า การที่สหรัฐฯ จะส่งปัจจัยทางยุทธศาสตร์ของตนมาในแถบคาบสมุทรเกาหลีเป็นเหมือน “ปลักหล่มของการไม่มีเสถียรภาพ” ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง “กลุ่มก้อนทางทหารพิเศษจำเพาะเชิงรุก” ในภูมิภาคนี้   นอกจากนั้น…

ญี่ปุ่นทนไม่ไหวประกาศพร้อมสอย “ดาวเทียมจารกรรมทหารเกาหลีเหนือ” หากความจำเป็นบังคับ

Loading

    รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ยาซูคาสุ ฮามาดะ แถลงสั่งการกองกำลังปกป้องตนเองญี่ปุ่น เตรียมการหากจำเป็นต้องยิงดาวเทียมสอดแนมเกาหลีเหนือ หากเกิดตกลงภายในดินแดนอาทิตย์อุทัย หลังวันพุธ(19) สำนักงานข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA แถลงผู้นำเปียงยาง คิม จองอึน ยืนกราน ดาวเทียมจารกรรมลับทางการทหารมีขึ้นเพื่อสกัดภัยคุกคามจากอเมริกา   รอยเตอร์รายงานวานนี้(22 เม.ย)ว่า กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวผ่านแถลงการณ์วันเสาร์(22)ระบุว่า รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ยาซูคาสุ ฮามาดะ(Yasukazu Hamada)ออกคำสั่งให้กองกำลังปกป้องตนเองญี่ปุ่นเตรียมการให้พร้อมสำหรับในกรณีที่เขาจะออกคำสั่งยิงดาวเทียมสอดแนมเกาหลีเหนือหากเกิดตกลงภายในดินแดนของญี่ปุ่น   CNN ของสหรัฐฯรายงานเพิ่มเติมว่า ในแถลงการณ์ที่ออกมาจากกระทรวง ฮามาดะไม่ได้ปัดความเป็นไปได้ของการยิงทำลายจรวดที่จะนำดาวเทียมจารกรรมเกาหลีเหนือของการส่งเข้าสู่ชั้นวงโคจร   ซึ่งในเวลานี้กองกำลังปกป้องตัวเองญี่ปุ่นอยู่ในคำสั่งความพร้อมฉุกเฉินหากเกิดมีเศษชิ้นส่วนจรวดเกาหลีเหนือร่วงตกลงสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย   ในการเตรียมการรวมไปถึงการส่งกองกำลังทหารเข้าไปยังจังหวัดโอกินาวา เพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุดจากมิสไซล์ที่ตกลงมา   CNN รายงานว่า ญี่ปุ่นมีแผนใช้ระบบมิสไซล์ป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต รุ่นก้าวหน้าความสามารถ-3 (Patriot Advanced Capability-3) แบบจากภาคพื้น และเรือรบพิฆาตติดระบบเอจิสติดมิสไซล์ สำหรับการเตรียมความพร้อมนี้   ทั้งนี้ก่อนหน้าประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ได้เคยกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยดาวเทียมจารกรรมดวงแรกของตัวเองเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากสหรัฐฯและเกาหลีใต้ สำนักข่าวทางการ KCNA รายงานวันพุธ(19)…

ญี่ปุ่นกร้าว! สั่งยิงทิ้งทันที หากดาวเทียมสอดแนมโสมแดง รุกแดนปลาดิบ

Loading

    เมื่อวันที่ 22 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายยาสุคาซุ ฮามาดะ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น มีคำสั่งให้กองกำลังป้องกันตนเอง(เอสดีเอฟ)ของญี่ปุ่น เตรียมความพร้อมที่จำเป็นที่จะยิงทำลายดาวเทียมสอดแนมของเกาหลีเหนือในทันที หากดาวเทียมสอดแนมที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงดังกล่าวรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของญี่ปุ่น   “นายฮามาดะสั่งให้กองกำลังป้องกันตนเองเตรียมการที่จำเป็นเนื่องจากเขาอาจมีคำสั่งให้ทำลายขีปนาวุธทิ้งตัว” ถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุ   การเตรียมการดังกล่าวรวมถึงการเตรียมส่งกำลังทหารไปยังจังหวัดโอกิวานา ทางตอนใต้ของประเทศ เพื่อลดความเสียหายให้น้อยที่สุดหากขีปนาวุธทิ้งตัวขนส่งดาวเทียมสอดแนมร่วงตกลงในพื้นที่ดังกล่าว   ท่าทีข้างต้นของญี่ปุ่นมีขึ้นหลังจากสื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานในวันพุธ(19 เม.ย.)ที่ผ่านมาว่า นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าวถึงการเตรียมแผนการปล่อยดาวเทียมสอดแนมดวงแรกของเกาหลีเหนือว่าควรดำเนินการต่อไป เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามที่รับรู้ได้จากสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้             —————————————————————————————————————————————— ที่มา :                                       …

เกาหลีเหนือโวทดสอบขีปนาวุธ ICBM ‘เชื้อเพลิงแข็ง’ สำเร็จ เตือนศัตรูจะต้องเผชิญ ‘ความกลัวสุดขีด’

Loading

  เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปรุ่นใหม่ “ฮวาซอง-18” ซึ่งใช้เชื้อเพลิงชนิดแข็ง (solid-fuel intercontinental ballistic missile) โดยอ้างว่าจะช่วยยกระดับศักยภาพในการโจมตีตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์อย่างมีนัยสำคัญ   สำนักข่าว KCNA รายงานวันนี้ (14 เม.ย.) ว่า ผู้นำ คิม ได้เดินทางไปมอบคำแนะนำในการยิงทดสอบด้วยตนเอง และเตือนว่าขีปนาวุธรุ่นนี้จะทำให้บรรดาศัตรูของเกาหลีเหนือ “ต้องเผชิญกับวิกฤตด้านความมั่นคงที่ชัดเจน และเกิดความกังวลและหวาดกลัวอย่างสุดขีด (extreme uneasiness and horror) เพราะมันจะช่วยให้เกาหลีเหนือสามารถโจมตีตอบโต้ได้อย่างรุนแรง จนกระทั่งพวกเขาต้องยอมหยุดความคิดและการกระทำที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ”   KCNA ได้เผยแพร่ภาพผู้นำ คิม ชมการปล่อยจรวดฮวาซอง-18 พร้อมกับภริยา “รี ซอลจู” น้องสาว “คิม โยจอง” และบุตรสาวคนโปรด “คิม จูแอ”   “โครงการพัฒนา ICBM รุ่นใหม่ ฮวาซองโพ-18 จะปฏิรูปองค์ประกอบในด้านการป้องปรามทางยุทธศาสตร์ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนส่งเสริมประสิทธิภาพในการโจมตีตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์ และสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อยุทธศาสตร์ทางทหารเชิงรุก”   ขีปนาวุธดังกล่าวถูกปล่อยจากฐานยิงใกล้ ๆ…

เกาหลีเหนือทดสอบ “โดรนนิวเคลียร์ใต้น้ำ” อ้างสร้าง “สึนามิกัมมันตรังสี” ได้

Loading

  เกาหลีเหนืออ้าง ทดสอบ “โดรนนิวเคลียร์ใต้น้ำ” สามารถทำให้เกิด “คลื่นสึนามิกัมมันตรังสี” ได้ เพื่อทำลายกองเรือและท่าเรือศัตรูโดยเฉพาะ   วันนี้ (24 มี.ค.) KCNA สื่อของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทดสอบ “โดรนโจมตีใต้น้ำ” ที่มีความสามารถในการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งสามารถ “สร้างคลื่นสึนามิกัมมันตรังสี” ได้   ในการฝึกซ้อมเมื่อวานนี้ (23 มี.ค.) โดรนใต้น้ำรุ่นใหม่ของเกาหลีเหนือแล่นใต้น้ำที่ความลึก 80-150 เมตรเป็นเวลานานกว่า 59 ชั่วโมง และยิงระเบิดในน่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศ     KCNA ระบุว่า โดรนใต้น้ำนี้มีชื่อว่า “แฮอิล” หรือที่แปลว่า “สึนามิ” โดยมีจุดประสงค์เพื่อลอบโจมตีน่านน้ำของศัตรู และทำลายกองเรือและท่าเรือเป้าหมาย โดยสร้างคลื่นกัมมันตรังสีขนาดใหญ่ผ่านการระเบิดใต้น้ำ   สำนักข่าวเกาหลีเหนือรายงานว่า การทดสอบยุทโธปกรณ์ชนิดนี้อยู่ภายใต้การดูแลของผู้นำ คิม จองอึน โดยตรง และ “โดรนนิวเคลียร์ใต้น้ำนี้สามารถติดตั้งไว้ที่ทุกชายฝั่งและท่าเรือได้ หรือลากโดยเรือผิวน้ำเพื่อปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ”   ยังไม่ชัดเจนว่า เกาหลีเหนือได้พัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ขนาดย่อส่วนที่จำเป็นสำหรับนำมาติดตั้งอาวุธขนาดเล็กของตนอย่างเต็มที่หรือไม่  …