เกาหลีเหนือโชว์ภาพวินาทีปล่อยมิสไซล์จากรถไฟครั้งแรก

Loading

  เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จทดสอบยิงขีปนาวุธจากขบวนรถไฟเป็นครั้งแรก สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือเปิดเผยถึงความสำเร็จในการทดสอบปล่อยขีปนาวุธจากขบวนรถไฟเป็นครั้งแรก พร้อมระบุว่าได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที โดยขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยประมาณ 800 กิโลเมตร และสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ         เมื่อวันที่ 13 ก.ย. KCNA ระบุว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล (long-range cruise missile) รุ่นใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอาวุธทางยุธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และชี้ว่าสามารถโจมตีได้อย่างแม่นยำ และมีพิสัยไกลถึง 1,500 กิโลเมตรโดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง โดยวานนี้ (15 ก.ย.) ยังมีรายงานว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูกตกลงสู่ทะเลตะวันออก ระหว่างคาบสมุทรเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเยือนกรุงโซล และเกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศถึงความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลรุ่นใหม่ ในวันเดียวกันเกาหลีใต้ได้เผยถึงความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำ (SLBM) ซึ่งเป็นประเทศแรกที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถพัฒนาขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำได้สำเร็จ โดยมีประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งทำเนียบประธานาธิบดีกล่าวว่าการครอบครองขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำนั้นมีความหมายอย่างยิ่งในแง่ของการป้องกันภัยคุกคามจากทุกทิศทาง และคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันประเทศและเสริมสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีในอนาคต ทั้งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือกำลังพัฒนาขีดความสามารถทางทหารรวมถึงขีปนาวุธใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง Photo…

คณะที่ปรึกษากลาโหมเกาหลีใต้ได้รับอีเมลลวงหวังล้วงข้อมูล คาดฝีมือแฮ็กเกอร์

Loading

  บริษัทอีเอสที ซีเคียวริตี้ (ESTsecurity) ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในเกาหลีใต้รายงานว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อว่า “แธลเลียม” (Thallium) ที่มีความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือนั้น ได้พยายามโจรกรรมข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญที่เป็นสมาชิกคณะที่ปรึกษาของกระทรวงกลาโหมแห่งเกาหลีใต้ บริษัทระบุว่า กลุ่มแธลเลียมส่งอีเมลถึงสมาชิกคณะที่ปรึกษาในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านเกาหลีเหนือของกระทรวงกลาโหมที่ต้องการแจ้งให้ทราบถึงการประชุมสัมมนาที่กำลังจะจัดขึ้น จากนั้นจึงส่งอีเมลอีกฉบับโดยมีการแนบไฟล์เอกสาร พร้อมใช้รูปภาพประกอบเพื่อทำให้ไฟล์ดังกล่าวดูเหมือนเอกสารจริงจากหน่วยงานรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ได้แนบไฟล์มัลแวร์มากับเอกสารดังกล่าว ซึ่งหากติดตั้งในคอมพิวเตอร์สำเร็จ ก็จะเปิดทางให้แฮ็กเกอร์โจรกรรมข้อมูลได้ ทั้งนี้ บริษัทอีเอสที ซีเคียวริตี้ระบุว่า ยังไม่มีรายงานความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว   —————————————————————————————————————————- ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์    / วันที่เผยแพร่   12 ก.ย.2564 Link : https://www.infoquest.co.th/2021/125325

ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ส่งใบปลิวข้ามแดน แม้มีกฎหมายห้าม

Loading

  กลุ่มชาวเกาหลีเหนือซึ่งลี้ภัยมายังเกาหลีใต้ ปล่อยบอลลูนบรรจุใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเปียงยางราว 500,000 ใบลอยข้ามแดน ทั้งที่เกาหลีใต้เพิ่งออกกฎหมายห้าม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่านายปาร์ค ซัง-ฮัก ชาวเกาหลีเหนือซึ่งลี้ภัยเข้ามาในเกาหลีใต้ เมื่อปี 2543 ปัจจุบันเป็นผู้นำองค์กรอิสระ “ฟรี ฟอร์ นอร์ท โคเรีย” กล่าวเมื่อวันศุกร์ ว่าได้ทำการส่งบอลลูน 10  ใบ บรรจุใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาลเปียงยาง รวมประมาณ 500,000 ใบ และสิ่งของอีกหลายอย่างรวมถึงเงิน ให้ลอยข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีเหนือ ระหว่างวันอาทิตย์ที่แล้ว ถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ ต่อการประกาศของกลุ่มฟรี ฟอร์ นอร์ท โคเรีย อย่างไรก็ตาม หากกิจกรรมดังกล่าวเป็นความจริง จะเป็นกรณีแรกที่เป็นการละเมิดกฎหมายที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติของเกาหลีใต้บัญญัติขึ้น เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจากกฎหมายพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลี โดยส่วนที่เพิ่มเติม คือการห้ามส่งสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์ทุกชนิด และเงินตรา ข้ามพรมแดนบริเวณเขตปลอดทหาร หากไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากรัฐบาลกลาง ในกรุงโซล   YTN news  …

In Clip: สหรัฐฯสั่งฟ้อง “3 แฮกเกอร์เกาหลีเหนือ” คดีฉกเงินครั้งมโหฬาร 1.3 พันล้านดอลลาร์ รวมธ.กลางบังกลาเทศปี 2016

Loading

เอเจนซีส์ – กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯแถลงวานนี้(17 ก.พ)ว่า สหรัฐฯตั้งข้อหา 3 นักแฮกเกอร์หน่วยข่าวกรองกองทัพเกาหลีเหนือหลังสามารถขโมยเงินและเงินดิจิทัลคริปโตมูลค่ารวมกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ กระทบวงกว้างตั้งแต่ธนาคารไปจนถึงสตูดิโอภาพยนต์ฮอลลิวูด รวมคดี 81 ล้านดอลลาร์ปี 2016 ของธนาคารกลางบังกลาเทศ     รอยเตอร์รายงานเมื่อวานนี้(17 ก.พ)ว่า การยื่นฟ้องต่อศาลระบุว่า จอน ชาง โฮก(Jon Chang Hyok) วัย 31 ปี คิม อิล( Kim Il) วัย 27 ปีและ ปาร์ก จิน โฮก (Park Jin Hyok) วัย 36 ปี ปล้นเงินผ่านระบบดิจิทัลระหว่างพวกเขาทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองกองทัพเกาหลีเหนือ ทั้งนี้พบว่าปาร์กก่อนหน้าเคยถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีในคำฟ้องที่ไม่เปิดเผยในปี 2018 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯแถลงว่า กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังคดีปล้นทางดิจิทัลที่เกิดเป็นวงกว้างและมีมูลค่าความเสียหายสูง ร่วมไปถึงการตอบโต้บริษัทภาพยนต์โซนี่พิคเจอร์สเอ็นเตอร์เทนเมนต์สำหรับการผลิตภาพยนต์ “เดอะ อินเทอร์วิว” (The Interview) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ…

เกาหลีเหนือแฮ็กข้อมูลวัคซีนบริษัท Pfizer

Loading

  มีกระแสข่าวตั้งแต่ปีที่แล้วว่าเกาหลีเหนือส่งกองทัพแฮกเกอร์ล้วงความลับเรื่องวัคซีนจากบริษัทที่พัฒนาวิธีรักษาโควิด-19 หน่วยงานสายลับของเกาหลีใต้เปิดเผยว่าแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือเจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของ บริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ยักษ์ใหญ่ด้านเภสัชกรรมเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาและเทคโนโลยีการรักษาโควิด-19 ฮาแทกึง ส. ส. ของเกาหลีใต้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการรับฟังสรุปจากหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของรัฐบาลเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือพยายามแสวงหาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิดและการรักษา โดยการใช้ปฏิบัติการสงครามไซเบอร์เพื่อเจาะเข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ Pfizer เป็นที่ทราบกันดีว่าเกาหลีเหนือมีกองทัพของแฮกเกอร์ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีหลายพันคนที่โจมตีบริษัท, สถาบัน และนักวิจัยในเกาหลีใต้และที่อื่นๆ เดรื่องนี้สอดคล้องกับการที่บริษัท Microsoft Corp. เปิดเผยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่าแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือและรัสเซียได้เล็งเป้าหมายไปที่บริษัทที่มีชื่อเสียง 7 แห่งที่ทำงานเกี่ยวกับวัคซีนโควิด -19 และการวิจัยการรักษาโรคนี้ ต่อมา Pfizer และ BioNTech SE หุ้นส่วนสัญชาติเยอรมันกล่าวในภายหลังว่าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัคซีนของพวกเขาถูกล็อคเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์ เกาหลีเหนือที่ยากจนแต่มีอาวุธนิวเคลียร์ ล็อคดาวน์โดยปิดพรมแดนเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้วเพื่อพยายามป้องกันตัวเองจากไวรัส โดยผู้นำคิมจองอึนยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าประเทศนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกจะสงสัยในคำยืนยันเหล่านั้นก็ตาม และการล็อคดาวน์ได้เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากการคว่ำบาตรของนานาชาติจากการที่เกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้รัฐบาลเกาหลีเหนือต้องเร่งหาทางจัดการกับโรคนี้   ————————————————————————————————————————————————– ทีมา : โพสต์ทูเดย์   / วันที่เผยแพร่  16 ก.พ.64 Link : https://www.posttoday.com/world/645543

อดีตทูตโสมแดงประจำคูเวต เล่านาทีแปรพักตร์ “คิม” พาครอบครัวไปเกาหลีใต้

Loading

  อดีตทูตโสมแดงประจำคูเวต – วันที่ 1 ก.พ. ซีเอ็นเอ็น สัมภาษณ์พิเศษ นายรยู ฮย็อน-อู อดีตเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำคูเวต ถึงการแปรพักตร์จากระบอบเผด็จการบ้านเกิด เพื่อให้ลูกสาวตัวเองมีชีวิตดีขึ้น     แม้ว่านายรยูจะแปรพักตร์มาเกาหลีใต้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว แต่ยังกลัวว่า สมาชิกครอบครัวที่อยู่ในเกาหลีเหนืออาจถูกลงโทษอย่างโหดร้ายเพราะการแปรพักตร์ของตัวเอง นายรยูย้อนกลับไปช่วงเวลาก่อนแปรพักตร์ว่า ตนและภรรยาไม่ได้บอกลูกสาวแผนการหลบหนีที่เก็บเป็นความลับ โดยแกล้งทำเป็นพาลูกสาวไปโรงเรียน ก่อนบอกลูกสาวกลางทางว่า “มากับแม่และพ่อเพื่อค้นหาอิสรภาพเถอะนะ”     นายรยูและครอบครัวแสดงตัวที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำคูเวต และเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ไม่กี่วันหลังจากนั้น ทุกวันนี้ลูกสาวอดีตทูตเบอร์หนึ่งพอใจกับชีวิตใหม่ และรู้สึกยินดีที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้มากตามต้องการ อย่างไรก็ตาม นายรยูบอกว่า พี่น้องอีก 3 คน และคุณแม่วัย 83 ปี ที่อยู่ในเกาหลีเหนือ อาจเผชิญผลกรรมโหดร้ายจากระบอบตระกูลคิม ซึ่งไม่ยินยอมให้พลเมืองแปรพักตร์ “ความคิดที่ว่าครอบครัวผมที่นั่นถูกลงโทษในสิ่งที่ผมทำลงไปทำร้ายจิตใจผมเหลือเกิน”     นอกจากนี้ ในฐานะเอกอัครราชทูต นายรยูได้รับคำสั่งทำเป้ารายได้จากแรงงานเกาหลีเหนือหลายพันคนที่ถูกส่งมาทำงานในที่คูเวต เพื่อส่งกลับไปสนับสนุนเผด็จการที่บ้านเกิด ส่วนการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือจะดำเนินต่อไป และสิทธิมนุษย์ชนยังเป็นประเด็นอ่อนไหวและจริงจัง อดีตเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือผู้นี้เตือนด้วยว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ…