ญี่ปุ่นคุมเข้มความปลอดภัยประชุมสุดยอดจี 7 ที่ฮิโรชิมะ

Loading

  โตเกียว 1 พ.ค.- ญี่ปุ่นเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 (G7) ที่เมืองฮิโรชิมะระหว่างวันที่ 19-21 พฤษภาคมนี้ หลังจากเกิดเหตุปองร้ายอดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีในเวลาห่างกันไม่ถึง 1 ปี   รัฐบาลญี่ปุ่นเผยว่า กำลังพิจารณาเรื่องนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น โดรนติดกล้องและปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) เพื่อให้สามารถตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว การประชุมสุดยอดจี 7 จะจัดขึ้นที่โรงแรมบนเกาะอูจินะ ห่างจากใจกลางเมืองฮิโรชิมะประมาณ 6 กิโลเมตร และมีทางเข้าออกทางเดียวผ่านสะพานที่เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ตำรวจจะขอตรวจตรายวดยานที่ผ่านเข้าออกเกาะ และประสานกับหน่วยยามฝั่งตรวจสอบเรือและโดรนที่เข้ามาใกล้สถานที่จัดการประชุม นอกจากนี้ยังจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงที่ผู้นำอาจจะเดินทางไปยังอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แม้ว่าผู้นำแต่ละคนจะมีทีมรักษาความปลอดภัยประจำตัวอยู่แล้วก็ตาม     ขณะเดียวกันตำรวจในกรุงโตเกียวกำลังเพิ่มการตรวจตราเช่นกัน เนื่องจากเคยเกิดเหตุก่อการร้ายในกรุงลอนดอนของอังกฤษเมื่อปี 2548 ในขณะที่สกอตแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสหราชอาณาจักรกำลังเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 8 (G8) ซึ่งเป็นจี 7 ที่รวมรัสเซีย   ผลสำรวจความเห็นชาวญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคม 2565 พบว่า ผู้ตอบเกือบร้อยละ 70 รู้สึกว่าญี่ปุ่นมีความปลอดภัยลดลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา…

ญี่ปุ่นทนไม่ไหวประกาศพร้อมสอย “ดาวเทียมจารกรรมทหารเกาหลีเหนือ” หากความจำเป็นบังคับ

Loading

    รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ยาซูคาสุ ฮามาดะ แถลงสั่งการกองกำลังปกป้องตนเองญี่ปุ่น เตรียมการหากจำเป็นต้องยิงดาวเทียมสอดแนมเกาหลีเหนือ หากเกิดตกลงภายในดินแดนอาทิตย์อุทัย หลังวันพุธ(19) สำนักงานข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA แถลงผู้นำเปียงยาง คิม จองอึน ยืนกราน ดาวเทียมจารกรรมลับทางการทหารมีขึ้นเพื่อสกัดภัยคุกคามจากอเมริกา   รอยเตอร์รายงานวานนี้(22 เม.ย)ว่า กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวผ่านแถลงการณ์วันเสาร์(22)ระบุว่า รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ยาซูคาสุ ฮามาดะ(Yasukazu Hamada)ออกคำสั่งให้กองกำลังปกป้องตนเองญี่ปุ่นเตรียมการให้พร้อมสำหรับในกรณีที่เขาจะออกคำสั่งยิงดาวเทียมสอดแนมเกาหลีเหนือหากเกิดตกลงภายในดินแดนของญี่ปุ่น   CNN ของสหรัฐฯรายงานเพิ่มเติมว่า ในแถลงการณ์ที่ออกมาจากกระทรวง ฮามาดะไม่ได้ปัดความเป็นไปได้ของการยิงทำลายจรวดที่จะนำดาวเทียมจารกรรมเกาหลีเหนือของการส่งเข้าสู่ชั้นวงโคจร   ซึ่งในเวลานี้กองกำลังปกป้องตัวเองญี่ปุ่นอยู่ในคำสั่งความพร้อมฉุกเฉินหากเกิดมีเศษชิ้นส่วนจรวดเกาหลีเหนือร่วงตกลงสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย   ในการเตรียมการรวมไปถึงการส่งกองกำลังทหารเข้าไปยังจังหวัดโอกินาวา เพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุดจากมิสไซล์ที่ตกลงมา   CNN รายงานว่า ญี่ปุ่นมีแผนใช้ระบบมิสไซล์ป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต รุ่นก้าวหน้าความสามารถ-3 (Patriot Advanced Capability-3) แบบจากภาคพื้น และเรือรบพิฆาตติดระบบเอจิสติดมิสไซล์ สำหรับการเตรียมความพร้อมนี้   ทั้งนี้ก่อนหน้าประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ได้เคยกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยดาวเทียมจารกรรมดวงแรกของตัวเองเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากสหรัฐฯและเกาหลีใต้ สำนักข่าวทางการ KCNA รายงานวันพุธ(19)…

ญี่ปุ่นปรับกระบวนยุทธ์อย่างสำคัญ

Loading

      ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ก่อนจะถูกโจมตีด้วยระเบิดปรมาณู 2 ลูก โดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้พ่ายแพ้สงครามในที่สุด ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงมีกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ห้ามมิให้ญี่ปุ่นมีกองทัพทหารเยี่ยงประเทศอื่นใด แต่อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังสามารถมีกองกำลังป้องกันตนเองได้ (Self-defense force) โดยจะต้องปฏิบัติการแค่ภายในอาณาบริเวณ หรือน่านน้ำและน่านอากาศ และบนภาคพื้นดินภายในเขตดินแดนของตนเองเท่านั้น   ญี่ปุ่นจึงตกในสภาพที่อยู่ใต้อาณัติของสหรัฐอเมริกา ผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยปริยาย เพราะสหรัฐฯ ได้ตั้งฐานทัพ และกองกำลังอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีนัยของการควบคุมญี่ปุ่นให้อยู่ในร่องในรอยและในขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็อ้างตนว่าเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองญี่ปุ่นจากภยันตรายจากภายนอกประเทศด้วย จึงจัดได้ว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางด้านการทหารและความมั่นคงอย่างเหนียวแน่น   จริงอยู่ที่ญี่ปุ่นรู้สึกว่ามีความมั่นคงปลอดภัย ก็เพราะมีสหรัฐฯ คอยเป็นโล่ และผู้ปกป้องคุ้มครองภัยให้ แต่ในระยะหลังๆ สหรัฐฯ ที่ทำตนเป็นเสมือนตำรวจโลก ได้มีภารกิจที่หลากหลายไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันก็พยายามเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรต่างๆ มาร่วมแบกภาระ แทนการพึ่งพาจากสหรัฐฯ อย่างเดียวแบบแต่ก่อน และยังขอให้ร่วมมือช่วยเหลือสหรัฐฯ ในโอกาสสำคัญที่จำเป็น ด้วยการร้องให้ประเทศพันธมิตรจัดเพิ่มงบประมาณทางทหาร เสริมสร้างความทันสมัยของอาวุธยุทโธปกรณ์ และการขยายและพัฒนากำลังพล อีกทั้งภยันตรายต่อความมั่นคงปลอดภัยของโลก ก็มีรูปแบบขึ้นมาใหม่ เช่น การก่อการร้ายสากล และการบ่อนทำลายซึ่งกันและกันทางด้านระบบการสื่อสารทางอวกาศ…

ญี่ปุ่นกร้าว! สั่งยิงทิ้งทันที หากดาวเทียมสอดแนมโสมแดง รุกแดนปลาดิบ

Loading

    เมื่อวันที่ 22 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายยาสุคาซุ ฮามาดะ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น มีคำสั่งให้กองกำลังป้องกันตนเอง(เอสดีเอฟ)ของญี่ปุ่น เตรียมความพร้อมที่จำเป็นที่จะยิงทำลายดาวเทียมสอดแนมของเกาหลีเหนือในทันที หากดาวเทียมสอดแนมที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงดังกล่าวรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของญี่ปุ่น   “นายฮามาดะสั่งให้กองกำลังป้องกันตนเองเตรียมการที่จำเป็นเนื่องจากเขาอาจมีคำสั่งให้ทำลายขีปนาวุธทิ้งตัว” ถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุ   การเตรียมการดังกล่าวรวมถึงการเตรียมส่งกำลังทหารไปยังจังหวัดโอกิวานา ทางตอนใต้ของประเทศ เพื่อลดความเสียหายให้น้อยที่สุดหากขีปนาวุธทิ้งตัวขนส่งดาวเทียมสอดแนมร่วงตกลงในพื้นที่ดังกล่าว   ท่าทีข้างต้นของญี่ปุ่นมีขึ้นหลังจากสื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานในวันพุธ(19 เม.ย.)ที่ผ่านมาว่า นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าวถึงการเตรียมแผนการปล่อยดาวเทียมสอดแนมดวงแรกของเกาหลีเหนือว่าควรดำเนินการต่อไป เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามที่รับรู้ได้จากสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้             —————————————————————————————————————————————— ที่มา :                                       …

ชาติแรก! ญี่ปุ่นประกาศอพยพพลเมือง หนีแดนมิคสัญญีซูดาน

Loading

    เมื่อวันที่ 19 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมอพยพพลเมืองของตนเองออกจากประเทศซูดาน ที่ยังคงเต็มไปด้วยการปะทะสู้รบระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังกึ่งทหารอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 5 นับเป็นชาติแรกที่ประกาศแผนจะอพยพพลเมืองของตนออกจากประเทศที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งแห่งนี้   นายฮิโรคาซุ มัตสึโนะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า มีพลเมืองญี่ปุ่นราว 60 คนที่อยู่ในประเทศซูดานขณะนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของสถานทูตญี่ปุ่นด้วย และระบุว่า กระทรวงกลาโหมได้เริ่มเตรียมการที่จำเป็นสำหรับการอพยพแล้ว โดยสถานการณ์ความมั่นคงในขณะนี้กำลังเลวร้ายลง ซึ่งรัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ในการรักษาความปลอดภัยให้กับชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในต่างประเทศ     ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ได้ร้องขอให้พลเมืองของตนเองที่พำนักอยู่ในประเทศซูดาน ติดต่อแจ้งชื่อและรายละเอียดต่าง ๆ ให้กับทางสถานทูตของตนเองเอาไว้   โดยสถานทูตสหรัฐในกรุงคาร์ทูม ได้เริ่มรวบรวมรายละเอียดข้อมูลของพลเมืองชาวอเมริกัน พร้อมขอให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ภายในอาคารและอยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง   “เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงที่ไม่แน่นอนในกรุงคาร์ทูมและการปิดสนามบิน ยังไม่มีแผนสำหรับการอพยพที่มีการประสานกับรัฐบาลสหรัฐ” สถานทูตสหรัฐประกาศผ่านทางทวิตเตอร์   ขณะที่นานาชาติเรียกร้องให้ยุติท่าทีเป็นปฏิปักษ์กันในซูดาน โดยที่ประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี 7) ได้เรียกร้องในวันอังคาร (18 เม.ย.) ให้คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายหยุดยิงในทันที   ขณะที่ในวันพุธ (19 เม.ย.) มีรายงานว่าประชาชนหลายพันคนพากันอพยพออกจากกรุงคาร์ทูม…

หวั่นความปลอดภัยผู้นำ ‘จี7’ หลังเหตุปาระเบิดควันใส่นายกฯ ญี่ปุ่น

Loading

    เหตุการณ์ที่มีผู้โยนระเบิดควันใส่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ ระหว่างการเดินสายหาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์ ก่อให้เกิดคำถามถึงการรักษาความปลอดภัยต่อบรรดาผู้นำประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมกลุ่ม จี7 (Group of Seven) ที่ญี่ปุ่นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า   เมื่อวันเสาร์ นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น ถูกนำตัวออกจากพื้นที่ขณะกล่าวปราศรัย หลังผู้ต้องสงสัยโยนวัตถุคล้ายระเบิดควันใส่บริเวณสถานที่กล่าวปราศรัยที่จังหวัดวากายามะ ทางตะวันตกของประเทศ ตามรายงานของรอยเตอร์ที่อ้างอิงจากสื่อญี่ปุ่น   สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคระบุว่า มีเสียงระเบิดดังเกิดขึ้น แต่ผู้นำญี่ปุ่นได้รับการคุ้มกันและไม่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจเข้าควบคุมชายผู้ก่อเหตุ โดยเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นที่ท่าเรือประมงไซกาซากิ ในจังหวัดวากายามะ     คลิปวิดีโอจากเอ็นเอชเคเผยให้เห็นฝูงชนวิ่งหนีขณะตำรวจหลายนายเข้ากดตัวชายคนหนึ่งลงกับพื้น ก่อนนำตัวเขาออกไปจากพื้นที่ โดยสื่อรายงานว่า ชายคนดังกล่าวอาจมีอายุในช่วง 20-39 ปี และก่อนก่อเหตุเขาอยู่ห่างจากนายกฯ คิชิดะ เพียง 10 เมตรเท่านั้น   เหตุการณ์ดังกล่าวเปิดเผยให้เห็นถึงจุดอ่อนของระบบการรักษาความปลอดภัยของญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อดีตนายกฯ ชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นอดีตผู้นำญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งนานที่สุด ถูกลอบยิงสังหารด้วยปืนที่ทำขึ้นเองขณะหาเสียงเลือกตั้ง ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญระดับชาติและทำให้มีการทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยของนักการเมืองที่ต้องลงพื้นที่สาธารณะเป็นประจำ   ศาสตราจารย์มิตสึรุ ฟุกุดะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการวิกฤติก่อการร้าย แห่งมหาวิทยาลัยนิฮอน…