แฮ็กเกอร์รัสเซียอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีไซเบอร์ต่อรัฐบาลญี่ปุ่น

Loading

  กองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นกำลังวางแผนสืบสวนการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่นและองค์กรต่าง ๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวรัสเซีย   การโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้เว็บไซต์และการให้บริการประชาชนบนโลกออนไลน์ของหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งใช้งานไม่ได้ชั่วคราว อาทิ ระบบการตรวจสอบภาษี และฐานข้อมูลประชาชน   ในช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า Killnet ที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซียได้โพสต์ข้อความบน Telegram ซึ่งอ้างว่าได้โจมตีระบบการให้บริการสาธารณะของญี่ปุ่น ตั้งแต่ระบบภาษีออนไลน์ ไปจนถึงเครือข่ายไอทีของระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยมุ่งหวังให้เครือข่ายดังกล่าวใช้งานไม่ได้   ในการโจมตีแต่ละครั้งยังมีข้อความต่อต้าน ‘ลัทธิทหารนิยม’ ของญี่ปุ่น บางข้อความก็เป็นการหยามแนวคิดชาตินิยมญี่ปุ่นด้วย   ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเคยสันนิษฐานว่า Killnet อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ต่อประเทศที่สนับสนุนยูเครนในการป้องกันตนเองจากการรุกรานของรัสเซีย   ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่นกำลังพิสูจน์ทราบว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นต่อระบบไอทีของรัฐบาลนั้นได้กระทบต่อการให้บริการทางสารสนเทศขององค์กรต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชนหรือไม่ โดยจะร่วมมือกับตำรวจของโตเกียวต่อไป     ที่มา The Japan Times       ——————————————————————————————————————————- ที่มา :    แบไต๋             …

ญี่ปุ่นเตรียมแก้กฎหมาย เลิกใช้ Floppy Disk ส่งข้อมูลให้หน่วยงานรัฐ

Loading

  ในการประชุม Digital Society Concept Conference ครั้งที่ 5 ของญี่ปุ่นเพื่อวางแผนการให้บริการด้านดิจิทัลของรัฐบาลในอนาคต   Karo Tono รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จะแก้กฎหมายเรื่องการส่งเอกสารให้หน่วยงานของรัฐบาล โดยจะเปลี่ยนจากการบังคับให้ส่งด้วยแผ่น Floppy Disk หรือซีดีรอม ไปเป็นวิธีที่ทันสมัยมากขึ้นโดยเร็วที่สุด   รัฐมนตรีฯ ได้ศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการส่งข้อมูลให้หน่วยงานของรัฐและพบว่ามีข้อบังคับมากกว่า 1,900 ข้อ ที่เกี่ยวข้องซึ่งข้อบังคับจำนวนมากระบุให้ใช้แผ่นดิสก์หรือซีดีรอม ส่วนวิธีที่ทันสมัยกว่า เช่น การอัปโหลดลงอินเทอร์เน็ต ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีไม่ได้รับการอนุญาต   นาย Tono ยังวางแผนว่า รัฐบาลจะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องความขาดแคลนทักษะด้านเทคโนโลยีในองค์กรรัฐบาล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร หรือแม้แต่การนำระบบอินเทอร์เน็ตแบบ Web3 มาใช้     ที่มา: The Register           ที่มา :         …

รถไฟญี่ปุ่น ดีเลย์ 23 นาที เนื่องจากคนขับลืมรหัสปลดล็อกแท็บเล็ต

Loading

  เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน โดยรถไฟของ JR East ที่ออกจากสถานี Kōriyama เมือง Fukushima ประเทศญี่ปุ่น เกิดเหตุล่าช้า   ผู้อ่านที่คุ้นเคย คงทราบดีว่ารถไฟญี่ปุ่นมีความตรงเวลาสูง เรื่องล่าช้าจึงเป็นเรื่องใหญ่มาก และสาเหตุนั้นก็ดูกุมหัวยิ่งกว่า   รายงานบอกว่าเจ้าหน้าที่ขับรถไฟ ปกติจะต้องตรวจสอบตารางรถไฟ เพื่อคำนวณเข้าออกแต่ละสถานีเสมอ โดยใช้แท็บเล็ตเนื่องจากข้อมูลมีการปรับปรุงตลอด แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ลืมรหัสปลดล็อก เพื่อเข้าไปดูข้อมูล เขาจึงตัดสินใจจอดรถไฟที่สถานีถัดมาเพื่อแก้ปัญหา ส่งผลให้รถไฟล่าช้า 23 นาที   สิ่งที่ท้าทายของเจ้าหน้าที่ขับรถไฟ คือมีแท็บเล็ตในห้องควบคุมหลายอัน และแต่ละอันมีวัตถุประสงค์ใช้งานต่างกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องจำรหัสให้ได้ทั้งหมด ตัวแทนของ JR Fukushima บอกว่า แนวทางแก้ไขคือ อาจหาวิธีฝึกให้เจ้าหน้าที่จำรหัสให้ดีขึ้น หรือไม่อย่างนั้นก็ยกเลิกการล็อกหน้าจอไปเลย สำหรับแท็บเล็ตที่ไม่ได้เกี่ยวกับงานที่สำคัญ     ที่มา: Japan Today ภาพ Wikiemedia       ————————————————————————————————————————— ที่มา :    Blognone…

ญี่ปุ่น ‘ประหารชีวิต’ ฆาตกรไล่แทงคนตาย 7 ศพที่ ‘อากิฮาบาระ’

Loading

ญี่ปุ่นประหารชีวิตชายซึ่งก่อเหตุขับรถบรรทุกพุ่งชนและใช้มีดไล่แทงคนตายรวม 7 ศพ ที่ย่านอากิฮาบาระ (Akihabara) ในกรุงโตเกียวเมื่อปี 2008 ซึ่งถือเป็นโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ที่ทำให้ญี่ปุ่นเพิ่มความเข้มงวดเรื่องกฎหมายควบคุมอาวุธ โยชิฮิสะ ฟุรุคาวะ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น แถลงว่า โทโมฮิโระ คาโต้ (Tomohiro Kato) ฆาตกรวัย 39 ปี ได้ “ตระเตรียมการมาเป็นอย่างดี” ก่อนจะลงมือก่อเหตุ และได้ “สำแดงเจตนาฆ่าคน” อย่างชัดเจน คาโต้ ในวัย 25 ปี ขับรถบรรทุกพุ่งเข้าใส่ฝูงชนบนทางเท้าในย่านอากิฮาบาระ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ปี 2008 ก่อนจะลงจากรถ และใช้มีดไล่แทงคนแบบไม่เลือกหน้า เขาถูกจับกุมทันทีในที่เกิดเหตุ และให้การกับตำรวจว่า “ผมมาที่อากิฮาบาระเพื่อฆ่าคน ผมไม่สนว่าจะเป็นใคร” ตำรวจพบว่า คาโต้ ได้เขียนบันทึกแผนการสังหารหมู่เอาไว้บนอินเทอร์เน็ต และพิมพ์ข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือขณะขับรถบรรทุก โดยตัดพ้อเรื่องอาชีพการงานที่ไม่มั่นคงและชีวิตที่โดดเดี่ยว คาโต้ เติบโตที่จังหวัดอาโอโมริ (Aomori) ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น มีพ่อเป็นนายธนาคาร และเรียนจบจากโรงเรียนไฮสกูลที่มีชื่อเสียง แต่ปรากฏว่าเขาสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด จึงต้องไปฝึกเรียนเป็นช่างยนต์ อัยการระบุว่า…

เปิดตัว บอดี้การ์ด “ชินโซ อาเบะ” สวย เก่ง สังหาร คนด้วยปืนภายใน 0.2 วินาที

Loading

  เปิดตัว 1 ในทีม บอดี้การ์ด “ชินโซ อาเบะ” อดีตนายกฯ ญี่ปุ่น สวย เก่ง เห็นประวัติแล้วต้องอึ้ง สังหาร คนด้วยปืนภายใน 0.2 วินาที   หลังจากเหตุลอบสังหาร อดีตนายกรัฐมนตรี “ชินโซ อาเบะ” ของญี่ปุ่น หลายเหตุผลมองมาที่ทีมรักษาความปลอดภัย บอดี้การ์ด ที่อยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งปะปนในกลุ่มผู้ร่วมฟังปราศรัยถึง 22 คน แต่กลับบกพร่อง ปล่อยให้มือยิง เข้าถึงตัว อาเบะ และลั่นไกปืนได้ถึง 2 ครั้ง ภาพจากจุดเกิดเหตุ ถูกแชร์ไปบนโลกโซเชียล เมื่อปรากฎภาพของ หญิงสาว รายหนึ่ง ที่อยู่ข้างกาย “ชินโซ อาเบะ” ซึ่งดูเหมือนเคยเป็น 1 ในตำรวจรักษาความปลอดภัย Security Police หรือ sp ของญี่ปุ่น   World Forum ข่าวสารต่างประเทศ…

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” สารภาพหัดทำปืนจากวิดีโอยูทูบ

Loading

ภาพถ่ายมุมสูงบริเวณที่อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ ถูกยิงระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งวุฒิสมาชิก ในเมืองนารา ทางตะวันตกของญี่ปุ่น วันที่ 8 ก.ค. 65 (ภาพ: รอยเตอร์/เกียวโด)   สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า นายเท็ตสึยะ ยามากามิ วัย 41 ปี มือสังหารนายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาประดิษฐ์ปืนที่ใช้ในการก่อเหตุลอบสังหารนายอาเบะจากการศึกษาวิดีโอในยูทูบ   นายยามากามิยังให้การว่า เขาได้ทดสอบปืนที่ทำขึ้นเองนี้ในอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งองค์กรทางศาสนาที่นายยามากามิเคียดแค้น โดยนายยามากามิระบุว่า เป็นเพราะมารดาของตนได้บริจาคเงินจำนวนมากให้กับองค์กรทางศาสนาแห่งนี้ และเขาเชื่อว่าองค์กรมีความเกี่ยวข้องกับนายอาเบะด้วย   เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดนาราเชื่อว่า คนร้ายทดสอบอาวุธที่ใช้ก่อนวางแผนลอบสังหาร โดยคนร้ายยิงนายอาเบะในระหว่างกล่าวคำปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งบนถนนในจังหวัดนาราเมื่อวันศุกร์ (8 ก.ค.) ก่อนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเพียง 2 วัน   นายยามากามิให้การว่า การก่อเหตุดังกล่าวไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง โดยระบุว่า เดิมทีนั้นเขาตั้งใจจะทำร้ายผู้บริหารคนหนึ่งในองค์กรศาสนาดังกล่าว แต่ตัดสินใจพุ่งเป้าไปที่นายอาเบะแทน   ผู้ก่อเหตุให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เขาเดินวนเวียนไปมาบริเวณสถานีรถไฟยามาโตะ-ไซไดจิ ก่อนที่นายอาเบะจะเริ่มกล่าวคำปราศรัย โดยภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีและที่อื่น ๆ แสดงให้เห็นว่านายยามากามิมาถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันศุกร์ ก่อนเวลาก่อเหตุประมาณชั่วโมงครึ่ง…