ญี่ปุ่น ออกประกาศเตือน ระวังก่อการร้ายในไทย แนะเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หลังส่งตัวอุยกูร์กลับประเทศ

Loading

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่คำเตือน เกี่ยวกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายโดยการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศโดยถูกบังคับโดยระบุว่า

ตามรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ รัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์หลายสิบคนที่ถูกกักขังในไทย กลับประเทศจีนนั้นเมื่อปี 2558 ที่กรุงเทพมหานคร หลังจากอุยกูร์ถูกเนรเทศกลับประเทศจีน ได้เกิดระเบิดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม ปีเดียวกันที่แยกราชประสงค์ ใกล้กับศาลท้าวมหาพรหม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และบาดเจ็บ 125 ราย รวมทั้งชาวญี่ปุ่นเราขอให้ชาวญี่ปุ่นทุกคนที่อาศัยในญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว พยายามหาข้อมูลเพื่อดำเนินมาตรการต่อไปนี้เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าว

สหรัฐเตือนระวังก่อการร้าย กรณีไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลุ่มใหญ่กลับจีน

Loading

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ขอแนะนำให้พลเมืองสหรัฐ เพิ่มความระมัดระวังและตื่นตัวเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น การทบทวนแผนด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

ไอเอสโว “นักรบอุยกูร์” บึ้มมัสยิดฆ่าหมู่ เผยพุ่งเป้าโจมตีทั้งชีอะห์-ตาลิบัน

Loading

  ไอเอสโว “นักรบอุยกูร์” – เอพี และ เอเอฟพี รายงานวันที่ 9 ต.ค. ถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดโจมตีมัสยิดอิสลามนิกายชีอะฮ์ในเมืองคุนดุซ ทางเหนือของ อัฟกานิสถาน จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 55 ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า 140 คน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ต.ค. ว่า กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ระบุผ่านสำนักข่าวอามัก อ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุนองเลือดที่สุดตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและกองทัพในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ถอนกำลังทหารออกจากประเทศเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายกองกำลังไอเอสในภูมิภาคระบุว่านักรบพลีชีพเป็นชาวมุสลิมอุยกูร์ มีเป้าหมายโจมตีทั้งมุสลิมนิกายชีอะห์และกองกำลังตาลิบันซึ่งต้องการกำจัดชาวมุสลิมอุยกูร์ตามความต้องการของรัฐบาลจีน     คณะภารกิจสหประชาชาติในอัฟกานิสถานแถลงประณามเหตุดังกล่าวว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของความรุนแรงในการก่อกวนความสงบสุขโดยพุ่งเป้าไปที่สถาบันทางศาสนา ส่วนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงมนนามรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวตำหนิเหตุโจมตีเช่นกัน และว่าประชาชนชาวอัฟกานิสถานควรมีอนาคตที่ปราศจากความหวาดกลัว ขณะที่นายเซย์อิด ฮุสเซน อาลีมี บัลกี นักบวชนิกายชีอะห์แถวหน้าของอัฟกานิสถาน เรียกร้องให้รัฐบาลตาลิบันดูแลความปลอดภัยของชาวชีอะห์และศาสนสถานนิกายชีอะห์ทั่วประเทศ เนื่องจากตาลอิบันยึดอาวุธที่เคยเตรียมไว้เพื่อรักษาความปลอดภัยของศาสนสถานไปก่อนหน้านี้ และทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลไม่สามารถรับมือกับผู้ก่อการร้ายได้     ————————————————————————————————————————————— ที่มา : ข่าวสดออนไลน์       …

อุยกูร์ : จีนทดลองซอฟต์แวร์เอไอตรวจจับอารมณ์ชนกลุ่มน้อยมุสลิม

Loading

  “รัฐบาลจีนใช้ชาวอุยกูร์เป็นตัวทดลองในการทดลองต่าง ๆ ราวกับหนูที่ใช้ในห้องแล็บ” นี่คือความเห็นของวิศวกรซอฟต์แวร์คนหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์ในรายการพาโนรามา (Panorama) ของบีบีซีภายใต้เงื่อนไขว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนของเขา โดยระบุว่าทางการจีนได้ทำการทดลองระบบกล้องที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ และเทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อตรวจจับอารมณ์ของผู้คนกับชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียง วิศวกรรายนี้เปิดเผยว่า มีการติดตั้งระบบดังกล่าวตามสถานีตำรวจในเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งมีชาวอุยกูร์อาศัยอยู่ราว 12 ล้านคน และพวกเขามักตกอยู่ภายใต้การสอดส่องอย่างใกล้ชิดจากทางการ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ “ศูนย์ปรับทัศนคติ” ที่องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าเป็นสถานกักกันที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงและมีชาวอุยกูร์ถูกคุมขังอยู่กว่า 1 ล้านคน รัฐบาลจีนยืนกรานมาตลอดว่าการสอดส่องเป็นเรื่องจำเป็นในภูมิภาคนี้ เพราะกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ต้องการก่อตั้งรัฐของตนเองได้สังหารประชาชนไปหลายร้อยคนในเหตุก่อการร้าย     กล้องตรวจจับอารมณ์ วิศวกรซอฟต์แวร์ที่ให้ข้อมูลกับบีบีซี ระบุว่าไม่ต้องการเปิดเผยชื่อและบริษัทที่ทำงานอยู่ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เขาได้โชว์รูปถ่าย 5 รูปของผู้ถูกคุมขังชาวอุยกูร์ ซึ่งเขาอ้างว่าได้ทดสอบระบบกล้องตรวจจับและจดจำอารมณ์กับคนกลุ่มนี้ วิศวกรรายนี้เล่าว่าเขาได้ติดตั้งกล้องชนิดนี้ที่สถานีตำรวจในเขตปกครองตนเองซินเจียง “เราตั้งกล้องตรวจจับอารมณ์ห่างจากผู้ถูกทดลอง 3 เมตร มันคล้ายกับเครื่องจับเท็จแต่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่ามาก” เขาเล่าว่าเจ้าหน้าที่ใช้ “เก้าอี้หน่วงเหนี่ยว” ที่มีใช้กันอย่างแพร่หลายตามสถานีตำรวจทั่วประเทศจีน “ข้อมือคุณจะถูกล็อกอยู่กับที่ด้วยเครื่องยึดที่เป็นโลหะ เช่นเดียวกับที่ข้อเท้าของคุณ”       วิศวกรผู้นี้ยังแสดงหลักฐานการฝึกฝนให้เอไอตรวจจับและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสีหน้าและรูขุมขนที่เกิดขึ้นภายในเสี้ยวนาที เขาอธิบายการทำงานของระบบว่า ซอฟต์แวร์จะนำข้อมูลที่ได้มาประมวลแล้วสร้างเป็นแผนภูมิวงกลม เพื่อบ่งชี้ถึงอารมณ์ของผู้ถูกทดสอบ โดยส่วนสีแดงสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกเชิงลบหรือความวิตกกังวล เขาระบุว่า ซอฟต์แวร์มีเป้าหมายในการ…