หวั่นประท้วงใหญ่ต่อเนื่อง หลังอิสราเอลเดินหน้าแผนปฏิรูปศาล สถานทูตยืนยันยังไม่กระทบคนไทยในอิสราเอล

Loading

  รัฐบาลอิสราเอลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เดินหน้าผลักดันแผนปฏิรูประบบตุลาการภายในประเทศ หวังจำกัดอำนาจศาลสูงสุด ชี้เป็นร่างกฎหมายที่มีความสมเหตุสมผล หลังจากมองว่าศาลสูงสุดแทรกแซงการเมืองมากจนเกินไป   เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ชาวอิสราเอลนับแสนคนได้ออกมาชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในเมืองเทลอาวีฟ และอีกหลายเมืองสำคัญทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลยกเลิกร่างกฎหมายดังกล่าวที่อาจนำไปสู่การกัดกร่อนระบอบประชาธิปไตยของประเทศนี้ โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เหตุชุมนุมประท้วงใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่วิกฤตทางการเมืองในครั้งนี้ดำเนินมานานถึง 28 สัปดาห์แล้ว   โดยร่างกฎหมายปฏิรูปศาลฉบับนี้ยังจำเป็นต้องได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภาอิสราเอลอีก 2 ครั้ง ก่อนที่จะประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการ หลายฝ่ายคาดว่าการลงมติดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคมนี้   เนทันยาฮูปกป้องร่างกฎหมายฉบับนี้ พร้อมระบุว่า “รัฐบาลอิสราเอลจะไม่ยอมรับการดื้อแพ่งใด ๆ โดยรัฐบาลจะดำเนินการต่อต้านและปฏิบัติตามขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อสร้างหลักประกันให้แก่ความมั่นคงและอนาคตของพวกเรา”   ทางด้านบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต่างมองว่า พวกเขาอาจมีความจำเป็นต้องยกระดับการชุมนุมขึ้น หลังจากที่พวกเขาเหลือเวลาประมาณ 2 สัปดาห์เศษในการยุติการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ของรัฐบาลเนทันยาฮู โดยหลายฝ่ายหวั่นสถานการณ์อาจตึงเครียดและมีแนวโน้มรุนแรงยิ่งขึ้น จนบานปลายกลายเป็นเหตุปะทะกันในท้ายที่สุด   ด้าน พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ให้ข้อมูลกับ THE STANDARD ว่า การประท้วงแผนปฏิรูประบบตุลาการของอิสราเอลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากว่า 28 สัปดาห์แล้ว ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณเมือง ชุมชน รวมถึงสถานที่สำคัญทางการเมืองในอิสราเอล…

ชาวยิวชุมนุมใหญ่ใน 3 เมือง ต่อต้าน “นโยบายขวาจัด” ของเนทันยาฮู

Loading

  ประชาชนในเมืองใหญ่ 3 แห่งของอิสราเอล พร้อมใจกันจัดการประท้วง ต่อต้านนโยบายหลายด้าน ที่ประกาศโดยรัฐบาลขวาจัดของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า การประท้วงต่อต้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งกลับมานำรัฐบาลขวาจัดที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล โดยเข้ารับตำแหน่งเมื่อปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว เกิดขึ้นในเมืองใหญ่สามแห่ง ได้แก่ กรุงเทลอาวีฟ นครเยรูซาเลม และเมืองไฮฟา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา   ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานโดยอ้างเป็นสถิติของตำรวจ ว่า จำนวนประชาชนเข้าร่วมการประท้วงในเมืองทั้งสามแห่ง มีจำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่า 80,000 คน ถือเป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ   ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการเดินขบวนร่วมกันชูแผ่นป้ายข้อความ ที่มีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านฟาสซิสต์ คัดค้านการเหยียดผิว และแสดงความกังวลต่อการที่ “ประชาธิปไตยของอิสราเอลกำลังตกอยู่ในอันตราย” ตลอดจน “การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม”         นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการชุมนุมจำนวนไม่น้อยชูธงชาติปาเลสไตน์ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้านการที่ นายอิตามาร์ เบน-กวีร์ รมว.ความปลอดภัยแห่งชาติของอิสราเอล…